รับวาง SERVER , รับฝาก SERVER , sbobet , น้ำหอม , Asterisk , VOIP , เสื้อผ้าเด็ก , วางระบบ wifi , ติดตั้งระบบ wifi server , vps , รับทำ seo ,manager , การบริหารจัดการ , ผู้จัดการ , นักลงทุน , ธุรกิจน่าลงทุน , การบริหารพนักงาน , การบริหารบริษัท , เปิดบริษัทใหม่ , การดูแลพนักงาน , ประกันสังคม , วิธีการเพิ่มรายรับ , ธุรกิจน่าสนใจ , ประกันภัย , รับทำประกัน , ประกันรถยนตร์ , ทำ พรบ. , ประกันสินค้า , ประกันขนส่ง , ประกันรถใหญ่ , ประกันภัย พรบ. , ประกันอัคคีภัย , ประกันอุบัติเหตุเดินทาง , ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล . ประกันชีวิต , ประกัน 3พลัส , ประกัน 2 พลัส
ความเห็นล่าสุด
    หมวดหมู่
    Tags
    "กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ" หลักประกันความมั่นคงเพื่อพนักงาน 2ล้านล. 2ล้านล้าน 3 ไอเดียต่อยอดธุรกิจ 3G 4 กลยุทธ์ล้วงความลับคู่แข่ง 4 วิธีหาลู่ทางต่อยอดธุรกิจใหม่ๆ 4 เทคนิคบริหารวันทำงาน 4 เทคนิคบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ 5 กลยุทธ์การตลาด ตั้งราคาสินค้าให้ดูราคาถูกลง 5 กลเม็ดทำแบรนด์สินค้าให้ติดตลาด 5 ขั้นตอน ทำให้แบรนด์ถูก “บอกต่อ” 5 ปัญหายอดฮิตในธุรกิจ และวิธีแก้ไขเบื้องต้น 5 วิธีการง่ายๆ ในการเริ่มต้นวางแผนธุรกิจ 5 วิธีคุมกระแสเงินสด 5 วิธีง่ายๆ ในการทำการตลาดแบบ LBS 5 วิธีทำให้ธุรกิจบดบังรัศมีคู่แข่ง 5 แนวคิดพัฒนาพนักงานใหม่ 5 ‘ให้’ พิชิตใจลูกน้อง 5P 6 คำพูดของ Customer Service ที่ทำลูกค้าเมินหน้าหนี 6 วิธี สร้างกำลังใจให้ลูกน้องที่หมดไฟ 6 วิธี สร้างสุขให้พนักงาน 6 แนวทางช่วยเหลือพนักงานช่วงฟื้นฟูกิจการ 7 eleven 7 วิธี ช่วยจัดการ Cash Flow 7 สิ่งที่พนักงานมักเลือกเก็บไว้ในใจ 7 หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกพนักงาน 7-11 7ล้าน 8 ข้อคิดเพิ่มประสิทธิภาพหัวหน้างาน 8 ทักษะสำคัญที่พนักงานควรมี 8 รูปแบบของพนักงานที่แต่ละองค์กรควรมี 8 วิธีบริหารให้ผ่านภาวะวิกฤติ 8P 9 เรื่องมาตรฐานที่ผู้บริหารมือใหม่พลาดเสมอ 10 ข้อดี 10 คำถามก่อนรับพนักงานใหม่ 10 บุคคลทรงอิทธิพลปี 2013 10 วิธีง่ายๆ กระตุ้นแรงจูงใจและกำลังใจพนักงานในภาวะเศรษฐกิจซบเซา 25 สต. 30จังหวัด 40 อย่าง 50 สต. Account Receivable Turnover acer achieve goals ad planner ads advertisement adwords AEC affiliate marketing affiliate partner airbnb AIS alliance amazon.com AmEx angel investor Angry Birds antivirus apple application ASEAN ATM Bank banking best practice bitcoin blog blue ocean blueprint Books booth boxbox.me Brand Association Brand Awareness Brand Equity branding brand leverage brand loyalty brand royalty bundling business mix business model business model canvas business plan cafe Campbell soup Career Path Car Sharing cashflow cash flow cash flow statement Celebrity Marketing CEM ceo change.org checklist chocolate Coaching Community complaint Corporate Pyramid coworking space crm csr CSR เปิดมาตรฐานใหม่ในการบริหารธุรกิจด้วยจิตบริสุทธิ์ currency Custmer customer Customer Acquisition customer experience management Customer Lifecycle Management customer lifetime value customer management customers Customer Service dale carnegie debt demographics denise morrison Design Development digital content digital tv Direct Mail disqualified drybar e-commerce eBay economics email emotional marketing establishment estee lauder exhibition exit interview facebook Facebook Fan Page Facebook Fan Page ต่อธุรกิจ fads fair trade fan page Fighting Brand เปิดเกมรุกเพื่อชิงส่วนแบ่ง flea market fluctuation follower Food truck franchise FTA Game of thrones gatorade gen-y generation Glossary google Google Analytics goonline gordon ramsay grocery store Grow your biz gth Guanxi h1n1 Haagen-Dazs hardware shop heinz hero hershey's holstee Horrible Boss How-to Howard Schultz human resources I-Banking idea IKEA indy Insights InsightsX inspiration Instagram Instagram. เลียนแบบ intensive growth interest internal internet Internet Banking Interviews inventory turnover iphone IPO IT startup IT Startups Handbook Jeff Bezos kaizen key note keyword tool kiintim kinfolk knowledge kpi K pop Lady Gaga la rinascente Law & Accounting like Line logo loyalty Loyalty Program Loyalty Program Series [BOXBOX.me] lpn management marketing Marketing Boost up! marketing research market segmentation martha stewart media megatrends Micheal Kanjanaprakorn Micheal KanjanaprakornX mimosa mistakes mobile marketing money expo money expo 2014 money expo 2014 pattaya money expo pattaya 2014 Money Talk moral mr.salad MUJI multitasking myangel net profit margin network networking niche nostalgic nsights Office&Operation Office & Operation Office Supplies omidyar online online marketing online shopping onward operation OTP Outdated Outsource partner part time pawoot pea Perceived Quality personalization PEST pinterest pitching platform pr presentation pret a manger privacy privacy setting productivity Promotion prototype public relations QR code quick ratio R&D rashmi sinha Read&Learn Read & Learn rebecca van dyck Recruitment red bull refinance Relationship Research restructure resume retail store reverse engineering RFID robert kiyosaki roi Rovio sales Sales Lead Sarah Robb O'Hagan Search seasonal marketing Silicon Valley skillshare Slideshare slogan small SME smes social social media social network social responsibility Social Shop Startups Handbook Starbucks Startup Startups Handbook StartupX strategy sufficiency economy SUGAR HEAD supplier swotฒกลยุทธ์การตลาด tarad.com Tech! thai the okura prestige the voice time management Tips TipsX tmb trader Trends tripadvisor truegif twinings twitter unfollow user experience VAT venture capital vera wang viral marketing walmart web service website whole food market wifi win-win windows7 youtube Zipcar กฎ กฎหมาย กบง. กยศ. กรกฤช จุฬางกูร กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมธนารักษ์ กรอบชีวิต กระทิงแดง กระเป๋า กระแส กระแสรายวัน กระแสเงินสด กระแสเงินสด เรื่องที่ผู้ประกอบการควรรู้ กลยุทธ์ กลยุทธ์. การตลาด กลยุทธ์การตลาดยุคใหม่ กลยุทธ์กู้วิฤตเมื่อเงินสดไม่พอ กลยุทธ์สร้างสุขแบบสร้างสรรค์ กลุ่มชิน กลุ่มเป้าหมาย กลโกง กล้วยปิ้ง กวดวิชา กวานซี่ กสอ. กองทุน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองสลาก กอล์ฟ กักตุน กับดัก กางเกงใน การกุศล การกู้ยืม การขาย การค้า การค้าแบบยุติธรรม การจัดการ การตลาด การตลาดบนพรมแดงและแสงแฟลช การตลาดออนไลน์ การตลาดแบบกองโจร การตลาดแบบครอบครัว การตลาดแบบบอกต่อ การตั้งชื่อ การตั้งราคา การต่อรอง การทำการตลาดแบบ LBS การทำงาน การท่องเที่ยว การนอน การบริการ การบริหาร การบริหารคน การบริหารคนไม่ใช่เรื่องง่าย การบริหารงานบุคคล การบริหารทรัพยากรบุคคล การบริหารทรัพยากรมนุษย์ การบริโภค การบินไทย การบุคคล การประชุม การพัฒนาคุณภาพ การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ การพูด การรักษาคนไม่ให้ออกจากงาน การลงทุน การสรรหาบุคลากร การสอน การสื่อสาร การออกแบบ การเงิน การเงินX การเติบโต การเปลี่ยนแปลง การเมือง การเมืองไทย การแก้ปัญหา เมื่อมีพนักงานรู้สึกเหมือนกำลังถ่วงทีม การแก้ไข การแก้ไขX การแข่งขัน การแสดง การไฟฟ้า กาแฟ กำลังใจ กำแพงเพชร กำไร กิจกรรม กิจการ กิตติรัตน์ กิตติรัตน์ ณ ระนอง กุ้ง กู้ กู้ 2 ล้านล้าน กู้เงิน ก่อสร้าง ก้านคอ คลับ ก๋วยเตี๋ยวเรือต่อชาม ขนมจีบ ขนมไทยประยุกต์ ขยะ ขยายกิจการ ขยายธุรกิจ ของขวัญ ขอทุน ขอบคุณ ขาดทุน ขาย ขายของ ขายของตลาดนัด ขายของออนไลน์ ขายงาน ขายตรง ขายธุรกิจ ขายบ้าน ขายอาหาร ขึ้นพรวด 250 ขึ้นราคา ขุนค้อน ขุมทรัพย์ ข่าว ข่าวต่างประเทศ ข่าวธุรกิจ ข่าวลือ ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวเศรษบกิจ ข้อควรระวัง ข้อความ ข้อคิด ข้อดีของการทำ Viral Marketing ข้อผิดพลาด ข้อมูล ข้อเสีย คนดัง คนรวย คมนาคม ครอบครัว คลัง คลินิก คลีนิก ความกลัว ความก้าวหน้า ความคิด ความคิดเห็น ความงาม ความต้องการ ความต้องการลูกค้า ความนิยม ความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัย ความผิดพลาด ความฝัน ความพร้อม ความรู้ ความรู้ที่ผู้บริหารระดับกลางพึงมีที่สำคัญ ความลับ ความล้มเหลว ความสัมพันธ์ ความสามารถ ความสำเร็จ ความสุข ความหมาย ความเครียด ความเสียหาย ความเสี่ยง คอนโด คอนโดมิเนียม คัดเลือก คำถาม คำนวณ คำนวณอัตราหมุนของสินค้า คำนวน คิดค้น คิดต่าง คุก คุณค่า คุณธรรม คุณภาพ คุณสมบัติ คูปอง คู่ค้า คู่ค้าทางธุรกิจ คู่มือนักธุรกิจเริ่มต้น คู่มือเปิดบริษัท คู่แข่ง ค่าครองชีพ ค่าจ้าง ค่าตอบแทนการลงทุน ค่าตอบแทนต่อยอดขาย ค่าธรรมเนียม ค่าเงิน ค่าเสื่อมราคา ค่าแรงขั้นต่ำ ค่าใช้จ่าย ค้าทอง ค้าปลีก ค้ารายย่อย ค้ำประกัน งบกระแสเงินสด งบกลาง งบลงทุน งาน งานด่วน งานบุคคล งานปาร์ตี้ งานฝีมือ งานล้น งานอดิเรก งานแสดงสินค้า งู จดทะเบียน จดหมาย จราจล จังหวัด จัดการ จัดตั้งบริษัท จัดลำดับความสำคัญ จัดหาออฟฟิศและอุปกรณ์สำนักงานยามฉุกเฉิน จับขาย จับอึ่งอ่างขาย จำนำข้าว จิตวิทยา จีดีพี จีน จุดคุ้มทุน จุดแข็ง จุ๋ย วรัทยา จูงใจ จ้างงาน ฉาว ชดเชยดีเซล ชัตดาวน์ ชา ชาชัก ชาชักป๋านม ชาวจีน ชาวนา ชาวลาว ชำระ ชำระหนี้ ชำระเงิน ชื่อบริษัท ชุมชน ชุมนุม ช็อปปิ้ง ช็อปฯ ช่วยเหลือ ช่องทาง ช่างภาพ ซาปั๊ว ซาลาเปา ซีอีโอ ซือบ้าน ซื่อสัตย์ ซื้อขายทอง ซื้อคอนโด ซื้อซ้ำ ซื้อบ้าน ซื้อแฟรนไชส์ ซูชิ ญี่ปุ่น ญี่ปุ่นขึ้นภาษี ฐานการผลิต ฐานภาษี ฐานลูกค้า ดอกเบี้ย ดอกเบี้ย0% ดอกเบี้ยสูง ดอกเบี้ยเงินกู้ ดอทคอม ดาราเกาหลี ดิเอราวัณ ดีล ดีเซล ดึงดูด ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ด้านมนุษยสัมพันธ์ ตกงาน ตกงานทําอะไรดี ตกแต่ง ตรวจรับสินค้า ตรวจสอบสินค้า ตราสารหนี้ ตราสินค้า ตลาด ตลาดต่างประเทศ ตลาดนัด ตลาดนัดขายของ ตลาดน้ำหัวหิน ตลาดหลักทรัพยฯ ตลาดหลักทรัพย์ ตลาดหุ้น ตลาดโรงเกลือ ตะกั่ว ตัดสินใจ ตัดไฟ ตัน ภาสกรนที ตัวย่อ ตัวอย่าง ตัวเอง ตั้งชื่อ ตั้งธุรกิจ ตั้งราคา ตาก ตารางเวลา ตำหนิ ตำเพลิน ติดโผ ตุนยอด ตู้ATM ตู้คอนเทนเนอร์ ตู้เย็น ต็อบ อิทธิพัทธ์ ต่อยอด ต่อยอดธุรกิจ ต่างประเทศ ต้นทุน ต้นรัก ต้นแบบผลิตภัณฑ์ ต้มยำกุ้ง ต้อนรับ ถนน ถนนข้าวสาร ถอนเงิน ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะขยายกิจการ ถูกปรับ ถ่วง ถ่ายรูป ถ่ายรูปลงเว็บอย่างไร ให้ขายได้ ทดลอง ทดแทน ททท. ทรัพย์สินทางปัญญา ทรูจีไอเอฟ ทวงหนี้ ทศกาล ทอง ทองคำ ทอท. ทักษะ ทายาท ทำความรู้จัก “งบกระแสเงินสด” ทำงานที่บ้าน ทำธุรกิจ ทำธุรกิจส่วนตัว ทำธุรกิจอะไรดี ทำธุรกิจให้รวย ทำหุ้นดิ่งต่ำสุด ทำเล ทำเลขายของ ทำเลค้าขาย ทำเลทอง ทีซีมัยซิน ทีม ทีมงาน ที่ทำงาน ทุจริต ทุน ทุนหมุนเวียน ท่องเที่ยว ธ.ก.ส. ธกส. ธนาคาร ธนาคารกรุงศรี ธนาคารออมสิน ธรรมาภิบาล ธอส. ธุรกิจ ธุรกิจ sme ธุรกิจ sme ธุรกิจส่วนตัว ธุรกิจกลางคืน ธุรกิจดารา ธุรกิจรูปแบบใหม่ ธุรกิจสปา ธุรกิจสีเขียว ธุรกิจส่วนตัว ธุรกิจส่วนตัวว ธุรกิจออนไลน์ ธุรกิจเช่ารถ ธุรกิจเริ่มต้น ธุรกิจเสริม ธุรกิจแปลก ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจใหม่ นกแอร์ นวด นวพัฒน์ สุวศิน นวัตกรรม นอกจากเงิน มีสิ่งใดทำให้พนักงานมีความสุขได้อีก นองเลือด นักขาย นักท่องเที่ยว นักธุรกิจ นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ นักธุรกิจหญิง นักธุรกิจเริ่มต้น นักธูรกิจ นักธูรกิจหญิง นักลงทุน นักศึกษา นักอ่าน นักโทษ นันยาง นับถือ นางสาวไทย นามบัตร นายจ้าง นายทุน นายหน้าออนไลน์ นำเข้า นิตยสารไทม์ส นิติบุคคล นิทรรศการ นิพิฏฐ์ นโยบาย น่าสนใจ น้าเน็ก น้ำท่วม น้ำมัน น้ำสลัด 7 สี บก.ลายจุด บรรจุภัณฑ์ บรรยากาศ บรรยาย บรรลุ บริการ บริการลูกค้า บริจาก บริจาค บริษัท บริษัทจำกัด บริษัทใหญ่ บริหาร บริหารความเสี่ยง บริหารจัดการ บริหารจัดการภาษี บริหารองค์กรให้สดชื่นสักนิดด้วยการเล่น บริหารเวลา บลูมเบิร์ก บลูโอเชี่ยน บอกต่อ บอลลูน บอลลูนอาร์ท บะหมี่ บัญชี บัตรสมาชิก บัตรเครดิต บางจาก บาร์ซ่า ที่พัก บาร์บีคิวพลาซ่า บาร์เซโลน่า ที่พัก บิทคอยน์ บุคคล บุคคลธรรมดา บุคลากร บ้าน บ้านมือสอง บ้านสบาย บ้านหลังแรก ปกครอง ปฏิรูป ปฏิเสธ ปตท. ประกัน ประกันภัย ประชาคม ประชาคมอาเซียน ประชาชน ประชาสัมพันธ์ ประตูน้ำ ประทับใจ ประท้วง ประนอม ประมูล ประมูลรถไฟทางคู่ ประสบการณ์ ประสบการณ์ผู้ใช้ ประสบการณ์ลูกค้า ประสบความสำเร็จ ประสบภัย ประหยัด ประเทศจีน ประเภท ประเมิน ประเมินผล ประโยชน์ ปรับปรุงการประสานงานในองค์กรไม่ให้กระทบเวลาส่วนตัว ปรับสมดุลออฟฟิศด้วยเทรนด์เจ๋งๆ แบบ Smart Office ปรับโครงสร้าง ปรับโครงสร้างหนี้ ปลูกกาบหอยแครง ปลูกพืช ปล่อยกู้ ปัจจัย ปัจจัยการผลิต ปัญหา ปากต่อปาก ปิดบริษัทหนี ปิดเทมอ ปิ้งย่าง ปี 2557 ปีใหม่ ป่าล้อมเมือง ป้องกัน ป้ายผ้า ผลตอบแทนสูง ผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ใหม่ ผอ.ออมสิน ผัดไท ผันผวน ผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้นำ ผู้บริหาร ผู้บริโภค ผู้ประกอบการ ผู้ประกันตน ผู้หญิง ผ่านการบริการ ฝากประจำ ฝึกงาน พนักงาน พนักงานX ลูกค้าX Startup พนักงานใหม่ พฤติกรรม พอเพียง พักร้อน พัฒนา พัฒนาสินค้า พัทยา พันธมิตร พันธมิตรทางธุรกิจ พาณิชย์ พาราเซตามอล พาร์ทไทม์ พี่มาก พึงพอใจ พึ่งพาอาศัย พ่อรวยสอนลูก ฟรายส์ คิง ฟองสบู่ ฟอร์นิเจอร์ ฟอร์บ ฟาสต์ฟูด ฟิตเนส ฟื้นฟูธุรกิจไปกับกลยุทธ์ Rebranding ฟ้องร้อง ภงด 90 ภงด 91 ภักดี ภักดีในตรายี่ห้อ ภัตตาคาร ภาคอุตสาหกรรมยุโรป ภาคใต้ ภาพ ภาพยนตร์ ภายใน ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ภาษี ภาษีป้าย ภาษีมูลค่าเพิ่มvat ม.รังสิต ม.เอกชน มหาวิทยาลัย มหาเศรษฐี มองคู่แข่งให้เป็นประโยชน์ มะกัน มันนี่เอ็กซ์โป มันนี่ เอ็กซ์โป พัทยา มันนี่เอ็กซ์โป พัทยา มันนี่เอ็กซ์โป พัทยา 2014 มาเลเซีย มิโมซ่า มือถือ มือนักธุรกิจเริ่มต้น มูลค่า ม็อบ ยกเลิกวีซ่า ยอดขาย ยาคลายกล้ามเนื้อ ยานยนต์ ยารกปลา ยิ่งลักษณ์ ยี่ปั๊ว ยื่นภาษี ยื่นแบบ ยื่นแบบภาษี ยื่นแบบภาษี 2557 ยุบสภา ย้อนยุค รถคันแรก รถตู้ รถยนต์ รถเสีย รถไฟทางคู่ รถไฟฟ้า รวย รองเท้า ระดมทุน ระบบแฟรนไชส์ รังสิต รัฐ รัฐบาล รับพนักงานใหม่ รับมือ รับมือX ราคา ราคาทอง ราคาทองคำ ราคาที่ดิน ราคาน้ำมัน ราคาวัสดุเพิ่ม ราคาสินค้า ราคาหุ้น ราชประสงค์ ราชาเฉาก๊วย รายงานทางบัญชี รายจ่าย รายรับ รายรับ-รายจ่าย รายละเอียด รายได้ รายได้เสริม รีไฟแนนซ์ รูปพรรณ รูปแบบ ร่วมทุน ร้องเรียน ร้อยล้าน ร้านกาแฟ ร้านค้าออนไลน์ ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านเค้ก ลงทุน ลดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุน ลดพนักงาน ลดภาษีเงินได้ ลดราคา ลดรายจ่าย ลดหย่อน ลดแลกแจกแถม ละเมิดลิขสิทธิ์ ลักษณะ ลาว ลาออก ลิขสิทธิ์ ลูกค้า ลูกค้าสัมพันธ์ ลูกค้้า ลูกจ้าง ลูกน้อง ลูกหนี้ ลูกโปร่ง ลููกค้า ล้างรถ ล้างรถ delivery วัฒนธรรมองค์กร วัดผล วันวาน วัยรุ่น วัยเกษียณ วางบิล วางแผน วิกฤต วิกฤติ วิกฤติการเงิน วิจัย วิจัยตลาด วิดีโอ วิธีจัดการเอกสารอย่างมีประสิทธิภาพ วิธีปรับตัวให้มีกลยุทธ์ในการบริหาร วิสัยทัศน์ วิสูตร พูลวรลักษณ์ วิเคราะห์ วีซ่า วุฒิศักดิ์ ว่างงาน ศัลยกรรม ศาล รธน.ฟัน พ.ร.บ.กู้ สกุลเงิน สงกรานต์ สช. สตง. สตาร์บัคส์ สตาร์บัง สถานที่ สถานประกอบการ สนามบิน สปส. สปา สภาพคล่อง สภาพแวดล้อม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมศักดิ์ สมัคร สมัครงาน สรรพสามิต สรรพากร สร้าง สร้างรายได้ สร้างสรรค์ สร้างสุดยอดประสบการณ์ สร้างแบรนด์ สร้างโลโก้กิจการอย่างไรให้น่าจดจำ สวนน้ำ สวัสดิการ สวัสดิการพนักงานที่ควรมี สหกรณปรานบุรี สหกรณ์ สหกรณ์สามร้อยยอด สหภาพแรงงาน สหรัฐ สอบ สอบถาม สะดวก สะสมแต้ม สังคม สัญญาณ สัญญาเช่า สันทนาการพนักงานด้วยเกม กำจัดกฏเก่าๆ สัปดาห์หนังสือ สัมภาษณ์ สัมภาษณ์งาน สัมมนา สั่งงาน สาปแช่ง สายการบิน สายการบินลุฟท์ฮันซ่า สาวเกาหลี สาหร่าย สำคัญจริงหรือ สำนักงาน สำรวจ สำรวจตลาด สำเพ็ง สิงคโปร์ สิทธิ สิทธิบัตร สินค้า สินค้าคงเหลือ สินค้าลดราคา สินค้าแฮนด์เมด สินค้าใหม่ สินทรัพย์ถาวร สินบน สินเชื่อ สินเชื่ื่อ สิมตำ สิ่งประดิษฐ์ สิ่งแวดล้อม สี สีทาอาคาร สีลม สื่อ สื่อสาร สู้กับคู่แข่งในสถานการณ์ที่เป็นรอง สโลแกน ส่งเสริมการขาย ส่วนลด ส่วนแบ่ง ส่วนแบ่งตลาด หนทางเอาชนะความกลัว หนองคาย หนอนนก หนังไทย หนีภาษี หนี้ หนี้ท่วม หนี้สาธารณะ หนี้สิน หน้าที่ หมดตัว หมอ หมากรุก หมุนเงิน หมุนเวียน หมูทอด หมูปิ้ง หมูย่าง หมูย่างนมสด หลัก หลักการบริหาร หลักฐาน หลักบริการง่ายๆ ได้ใจลูกค้า หลักสูตร หลากหลาย หลีกเลี่ยง หลุมพราง หวย หอการค้า หัวหน้า หาดนู๊ด หาทุน หาลูกค้าใหม่ หีบห่อและบรรจุภัณฑ์ หุ้น หุ้นตก หุ้นสายการบิน หุ้นส่วน อ.ธันยวัชร์ องค์กร อบรม อยากทำธุรกิจ อยากรวย อสังหาริมทรัพย์ ออกบูธ ออกรางวัล ออกแบบ ออนไลน์ ออฟฟิศ ออฟฟิศกว้างขึ้น ด้วย 5 ไอเดียเฟอร์นิเจอร์เซฟพื้นที่ ออมสิน อังกฤษ อัตรา อัตราการหมุนของลูกหนี้ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ อาชีพ อาชีพเสริม อารยะขัดขืน อาหาร อาหารว่าง อาเซียน อิชิตัน อินเทอร์เน็ต อินโดนีเซีย อิออน อิเกีย อีกด้านหนึ่งของหัวหน้าสุดโหด อีซูซุ อีเมล อึ่งอ่าง อุตสาหกรรม อุปกรณ์ อู้งาน ฮัลโลวีน เกม เกมกระแสเงินสด เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกษตรกรรม เกาหลี เกาหลีใต้ เกิดปัญหา เก็บเงิน เครดิต เครดิตบูโร เครือข่าย เครื่องมือ เครื่องหมาย เคล็ดลับ เงิน เงินกู้ เงินดิจิตอล เงินทุน เงินทุนหมุนเร็ว เงินปันผล เงินฝาก เงินเดือน เจรจา เจรจาธุรกิจ เจาะตลาด เจ้าของ เจ้าของธุรกิจ เจ้าจุก เจ้านาย เจ้าแห่งการก๊อปปี้ เจ๊จง เฉลียว อยู่วิทยา เฉาก๊วย เช็ค เช่า เช่าพื้นที่ เซนทรัล เซเว่น เซ็นทรัล เซ้ง เดล คาร์เนกี้ เดินบัญชี เตรียมพร้อม เติบโต เตือนภัย เต้าฮวย เต้าฮวยฟรุตสลัด เถ้าแก่น้อย เทคนิค เทคนิคต่อราคา เทคนิคสร้างความประทับใจ เทคโนโลยี เทศกาล เที่ยวบิน เบนซิน เบอร์เกอร์ เบี้ยวหนี้ เปิดตัว เปิดศึก เปิดเช่ารถตู้ เป็นที่รู้จัก เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป้าหมาย เป๊ปซี่ เพดานเงินเดือน เพิ่มทุน เพิ่มมูลค่า เพิ่มยอดขาย เพื่อตายาย เพื่อน เพื่อสังคม เฟรนช์ฟรายส์ เฟอร์นิเจอร์ เมกาบางนา เมการังสิต เมืองท่องเที่ยว เมืองไทย เยอรมัน เยียวยา เริ่ม เริ่มกิจการ เริ่มต้น เริ่มต้นธุรกิจ เริ่มต้นธุรกิจX เริ่มทำธุรกิจ เริ่มทำธุรกิจใหม่เพิ่มเติม เริ่มธุรกิจ เริ่มธุรกิจX เริ่ิ่มธุรกิจ เรียกคืนรถยนต์ เรียกร้อง เรียนรู้ เรียนรู้การบริหารจากการทำงานของประติมากร เร่งรัดหนี้่ เลี่ยงภาษี เลือกตั้ง เล่นหุ้น เล่าเรื่อง เวเนซุเอลา เว็บไซต์ เศรฐษกิจ เศรษฐกิจ เศรษฐกิจจีน เศรษฐกิจชะลอตัว เศรษฐี เสก โลโซ เสนองาน เสิ่นเจิ้น เสียภาษี เสื้อผ้า เหตุผล เหรียญ เอกชน เอสเอ็มอี เอาท์ซอร์ส แกะรอย แก้ปัญหา แก้ไข แก้ไขทันที แก๊สโซฮอล์ แคชแบ็ค แคมเปญ แคลอรี่ต่ำ แจ้งวัฒนะ แฉ แชร์ข้อมูล แท็บเล็ต แนวคิด แนวคิดธุรกิจ แนวคิดพัฒนาพนักงานใหม่ แนวคิดและความหมายของการบริหารและการบริหารจัดการ แบงก์ แบบประเมิน แบบสอบถาม แบรนดิ้ง แบรนด์ แบรนด์ระดับโลก แบรนด์เนม แบล็กลิสต์ แผนการช่วยเหลือ แผนการตลาด แผนธุรกิจ แฟรนไชส์ แฟรนไชส์บะหมี่ แมคโดนัลด์ไทย แมว แรงงาน แรงจูงใจ แรงบันดาลใจ แวต แสดงสินค้า แหล่งค้าขาย แอร์เอเชีย แอลพีเอ็น โกดัก โคขุนโพนยางคำ โครงการ โครงการธุรกิจไทย GO ONLINE โครงการบ้านหลังแรก โครงสร้าง โครงสร้างบริษัท โครงสร้างภาษีใหม่ โฆษณา โฆษณาX Marketing Boost up! โจร โจอี้ บอย โชห่วย โดดเด่น โตโยต้า โทรศัพท์ โนเกีย โปรโมชั่น โพล โมเดลธุรกิจ โรคems โรคร้าย โรงเกลือ โรงเรียนกวดวิชา โรงแรม โรงแรม 5 ดาว โอกุระ เพรสทีจ โรงแรม ไทยเบฟ โลกออนไลน์ โลโก้ โสภณพนิช โอกาส โอกาสX โอท็อป โอเน็ต โอ็ค พานทองแท้ ใจบุญ ใจสั่งมา ใบปลิว ใบส่งสินค้า ใบแจ้งหนี้ ใหม่ ให้เช่ารถตู้ ไข้หวัดใหญ่ 2009 ไทมส์ ไทยพาณิชย์ ไทรแองเกิ้ล ไฟฟ้า ไมเนอร์ ไมโครซอฟท์ ไม่กล้าเริ่มทำธุรกิจOffice & Operation ไม่ต้องการ ไม่มีหมวดหมู่ ไวรัส ไอศกรีม ไอเดีย ไอเดียX ไอเดียทำธุรกิจ ไอเดียธุรกิจ ไฮโซ ​ bundling ​ กลยุทธ์ ​ เศรษฐกิจ

    Host by upload.admin.in.th
    CCTV , กลัองวงจรปิด , รับติดตั้ง กล้องวงจรปิด , รับติดตั้ง CCTV , วางระบบ CCTV , รับทำ CCTV , รับทำ กล้องวงจรปิด , วางระบบกล้อง วงจรปิด , ตู้สาขาโทรศัพท์ , ตู้สาขา , ตู้ PABX , ตู้ PBX , ราคาตู้สาขา , ราคาตู้สาขาโทรศัพท์ , จำหน่ายตู้สาขา , จำหน่ายตู้สาขาโทรศัพท์ , ตู้ PANASONIC , จำหน่ายตู้สาขา PANASONIC , ขายตู้สาขา PANASONIC

    ค้าทองคำสุดบูม แต่ช่างทองขาดตลาด

    ค้าทองคำสุดบูม แต่ช่างทองขาดตลาด

    ช่างทองคำรูปพรรณขาดตลาด ท่ามกลาง การคำในระบบเทรดปัจจุบันทั้งกองทุน อีทีเอฟทอง สัญญาทองในตลาดล่วงหน้า รวม ทั้งทองคำแท่งสุดคึกคัก ผลสำรวจศูนย์วิจัยทองคำ พบช่างทองมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ 4 ปี ลดลงฮวบกว่า 45% เหตุค่าแรงไม่จูงใจ ช่างทองกลับไปทำนามีรายได้ดีกว่า ช่วงรัฐบาลรับประกันราคาพืชผล สมาคมค้าทองคำ
    ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล เลขานุการอนุกรรมการส่งเสริมวิชาชีพช่างทำทองรูปพรรณ เปิดเผยว่า จากการที่ศูนย์วิจัยทองคำรวบรวมข้อมูลวิจัยจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ค้าทองคำรายใหญ่ พบว่า 67% ของกลุ่มตัวอย่างเชื่อว่า ช่างทองมีไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งาน ขณะที่ 22%

    เชื่อว่าจำนวนช่างทองมีความพอเพียงต่อความต้องการ มีเพียง 11% ที่ไม่แน่ใจว่าเพียงพอหรือไม่ ทั้งนี้ ผู้ค้ามีความเห็นที่สอดคล้องกันว่า ช่างทำทองคำรูปพรรณที่มีขนาดเล็กมีความขาดแคลนมากที่สุด โดยเฉพาะ ขนาด 1-2 สลึง มากถึง 81.8%
    โดยจากผลสำรวจพบว่า ในช่วงกว่า 4 ปีที่ผ่านมาจำนวนช่างทองมีแนวโน้มลดจำนวนลงกว่า 45% ของจำนวนที่มีอยู่เดิม ที่เคยมีการ สำรวจในช่วงก่อนปี 2552 ที่มีจำนวน 2-3 หมื่น คน ซึ่งปัจจัยหลักในการเกิดปัญหามี 3 ประการ ได้แก่ 1.ปัญหาด้านอุปสงค์ในช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นสูง

    โดยระหว่างปี 2553-2555 ราคา ทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นเร็ว ทำให้ความต้องการซื้อทองรูปพรรณลดและหันไปนิยมซื้อทองคำแท่งเพื่อการลงทุนแทน 2.ค่าแรงไม่จูงใจพอ ขณะที่เป็นงานที่ต้องอาศัยการสั่งสมทักษะ 1-2 ปี ซึ่งเป็นปัญหาด้านข้อจำกัดในวิชาชีพอย่างระยะเวลาในการพัฒนา

    และได้อัตราค่าแรงเดิม และ 3.ปัญหาด้านการทดแทนของเครื่องจักร โดย 89% ของกลุ่มตัวอย่างคิดว่าประเทศไทยควรจัดให้มีการพัฒนาช่างทองอย่างเป็นระบบ นอกจากจะตอบสนองความต้องการทองคำในประเทศ สร้างอาชีพและแรงงานอาชีพแล้ว

    ยังตอบรับความต้องการของประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง พม่า ลาว และกัมพูชา ที่นิยมทองรูปพรรณของไทยเพื่อตอบรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่กำลังจะมาถึง
    “ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาจำนวนช่างทองมีแนวโน้มลดจำนวนลงถึง 45% ของจำนวนที่มีอยู่เดิม เพราะมีช่างทองจำนวนมากกลับมาประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยเฉพาะข้าว หลังจากที่รัฐบาลมีโครงการรับประกันราคา ทำให้มีรายได้มากกว่าอาชีพช่างทอง ส่งผลต่อช่างทองคำรูปพรรณที่มีขนาดเล็กมีความขาดแคลน โดยเฉพาะการผลิตทองรูปพรรณ ขนาด 1-2 สลึง ขาดแคลนหนัก”
    ขณะนี้ได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการส่งเสริม วิชาชีพช่างทำทองรูปพรรณขึ้นมา ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการหารือกับภาครัฐบาลและเอกชนในการสนับสนุนพัฒนาช่างทองรูปพรรณเพิ่ม โดยหน่วยงานนี้จะประสานงานเพื่อพัฒนาบุคคลที่จะมาเป็นช่างทอง ซึ่งแบ่งหลักสูตรออกเป็น 3 ช่วง

    ได้แก่ หลักสูตรระยะสั้น อาทิ การออกแบบลวดลาย โดยใช้ระยะเวลา 6 เดือน และหลักสูตรขั้นสูง ซึ่งจะสอนการทำทองรูปพรรณที่เป็นระดับมาสเตอร์ หรือการทำทองที่มีเอกลักษณ์ เฉพาะถิ่น อาทิ ทองสุโขทัย เป็นต้น โดยคาดว่า น่าจะเริ่มต้นได้ในช่วงสิ้นปีนี้หรือปีหน้า
    “จากปัญหาการขาดแคลนช่างทอง ทางสมาคมค้าทองคำจะประสานกับกระทรวงศึกษาธิการ เปิดหลักสูตรพัฒนาวิชาชีพช่างทองรูปพรรณ เพื่อทำการพัฒนาช่างทองรุ่นใหม่ รวมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิต ให้ผลิตทองคำรูปพรรณให้มากขึ้น รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 โดยสมาคมค้าทองคำจะรุกตลาดเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะ ลาว พม่า และกัมพูชา ที่นิยมทองรูปพรรณของไทย”

     

    ที่มา:  money.sanook

    โกดัก“คัมแบ็ก“ตัดใจทิ้งธุรกิจบีทูซี โยกเฮดออฟฟิศจากสิงคโปร์หนุนไทยฮับอาเซียน

    โกดัก“คัมแบ็ก“ตัดใจทิ้งธุรกิจบีทูซี โยกเฮดออฟฟิศจากสิงคโปร์หนุนไทยฮับอาเซียน

    ” รีเทิร์น ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ตัดใจทิ้งกลุ่มธุรกิจบีทูซี โฟกัสบีทูบีพรินติ้ง-แพ็กเกจจิ้งรองรับอุตสาหกรรม สร้างการเติบโตหลังแนวโน้มตลาดขยายตัวก้าว โยกเฮดออฟฟิศภูมิภาคจากสิงคโปร์เข้าไทยปั้นเป็นศูนย์กลาง
    นายอีวานโดร แมตเทอซี (Evandro Matteucci) ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายธุรกิจกราฟิก และรองประธานฝ่ายการตลาดในเขตภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก บริษัท โกดัก อีสต์แมน จำกัด กล่าวถึงทิศทางธุรกิจของโกดักหลังหลุดจากแผนล้มละลายจากนี้ว่า บริษัทได้ตัดสินใจขายธุรกิจกลุ่มสินค้าบีทูซีออกไป เพื่อโฟกัสในกลุ่มธุรกิจบีทีบี

    เจาะกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมเป็นหลัก อาทิ ธุรกิจพิมพ์สี, ธุรกิจแพ็กเกจจิ้ง และทัชสกรีนเซ็นเซอร์ เป็นต้น เนื่องจากเป็นตลาดที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และโกดักมีความแข็งแกร่งในตลาดนี้อยู่แล้ว เนื่องจากสินค้าครบวงจร ตอบสนองความต้องการของตลาดได้
    ทั้งนี้ หลังหลุดแผนล้มละลายช่วงเดือนที่ผ่านมา บริษัทมั่นใจว่าธุรกิจกลุ่มนี้สามารถทำกำไรด้วยโครงสร้างทุนที่แข็งแกร่ง ทั้งยังมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ลูกค้าเติบโต เพื่อเป็นโกดักในยุคใหม่ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย สอดคล้องกับตลาด

    การพิมพ์ปัจจุบันที่เปลี่ยนทิศทางไปสู่งานพิมพ์ดิจิทัลมากขึ้น โดยมี 4 ตลาดหลักที่เป็นตัวขับเคลื่อน คือ อาเซียน จีน ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น+เกาหลี ซึ่งเป็นฐานรายได้หลักกว่า 27% ในปัจจุบัน และคาดว่าจะติด 1 ใน 3 กลุ่มที่ทำรายได้หลักให้กับบริษัทในอีก 5 ปีข้างหน้า
    ซึ่งในส่วนของตลาดเมืองไทยคาดว่าจะแยกกลุ่มธุรกิจทั้ง 2 ส่วนนี้ออกจากกันได้ช่วงปลายปี นอกจากนี้โกดักยังได้ตั้งเมืองไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ด้วยการโยกสำนักงานออฟฟิศประจำภูมิภาค เดิมตั้งอยู่ในสิงคโปร์เข้ามาที่เมืองไทยแล้ว
    ทั้งนี้ บริษัทโกดัก อีสต์แมน ได้รับการอนุมัติจากศาล ให้หลุดพ้นจากการล้มละลายแล้ว หลังจากขายธุรกิจและสิทธิบัตรมากมายจนกลายเป็นบริษัทที่เล็กกว่าเดิมมาก นับตั้งแต่ยื่นขอศาลพิทักษ์ทรัพย์เมื่อ ม.ค.ปีที่แล้ว เนื่องจากสู้การแข่งขันตลาดกล้องดิจิทัลไม่ไหวจนขาดทุนมาโดยตลอด ซึ่งโกดักจะสามารถกลับมาประกอบการค้าได้อีกครั้งภายใน 2 สัปดาห์นับจากการอนุมัติของศาล

     

     

    ที่มา:  money.sanook

    เปิดบ้านคุย กรกฤช จุฬางกูร นักธุรกิจหมื่นล้าน ทายาทชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่

    เปิดบ้านคุย กรกฤช จุฬางกูร นักธุรกิจหมื่นล้าน ทายาทชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่

    นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงวัย 35 ปี “” นักบริหารรุ่นใหม่ที่กำลังโดดเด่นในอุตสาหกรรมยานยนต์ขณะนี้ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัมมิท โอโต บอดี้ อินดัสตรี จำกัด หรือ SAB และบริษัท ซัมมิท โอโตซีท จำกัด (SAS) ในเครือกลุ่มซัมมิท กรุ๊ป ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของคนไทยรายใหญ่ที่สุด มูลค่าธุรกิจกว่าแสนล้านบาท
    เปิดบ้านจุฬางกูร ย่านถนนพระราม 3 ซึ่งเป็นที่อาศัยของคุณพ่อสรรเสริญ และคุณแม่หทัยรัตน์ จุฬางกูร รวมถึง 6 หนุ่มแห่งตระกูลจุฬางกูร, ทวีฉัตร, ณัฐพล, กรกฤช อภิชาติ, วุฒิภูมิ และอัครพล บ้านหลังใหญ่สีขาวโดดเด่นตัดกับสนามหญ้าสีเขียวขนาด 3 ไร่ครึ่ง มีรั้วรอบขอบชิด เป็นบ้านหลังเดิมที่ปลูกสร้างมาไม่ต่ำกว่า 20 ปี

    ภายในตกแต่งอย่างเรียบง่าย ด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์จีน มีสวนขนาดย่อมอยู่ที่กลางบ้านตรงบันไดวน ภายในบ้านเงียบเชียบเพราะเป็นวันธรรมดา ถ้าเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์จะเป็นอีกบรรยากาศหนึ่ง เพราะจะเป็นวันครอบครัวที่บรรดา 5 หนุ่มจะกลับมารับประทานอาหารร่วมกันในบ้านคุณกรกฤชเป็นลูกชายคนเดียวที่อาศัยอยู่เป็นเพื่อนพ่อกับแม่ในบ้านหลังนี้?
    “การอยู่กับพ่อแม่ก็สบายใจนะครับ เพราะต่างคนก็ต่างดูแลกัน ถ้าออกไปอยู่ข้างนอกคนเดียวพ่อแม่ก็ไม่ได้ดูแลเราเต็มที่ และเราก็ไม่ได้ดูแลพ่อแม่เต็มที่เหมือนกัน ผมว่าอยู่ด้วยกันมันเป็นวัฒนธรรมคนไทยที่น่ารักษาไว้ แหม่…พ่อแม่เลี้ยงเรามาตั้งแต่เด็ก ทำไมเราจะไม่อยู่ดูแลท่านตอนท่านแก่ พอดีบ้านผมมีลูกผู้ชายทั้งหมดเลย ความเข้าไปใกล้ชิดความกุ๊กกิ๊กก็อาจจะน้อยหน่อย”
    จากนั้นกรกฤชเชิญทีมข่าวหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจขึ้นไปพูดคุยที่ห้องรับแขกชั้น 2 และรีบออกตัวทันทีว่า
    “ผมไม่เคยคุยเรื่องไลฟ์สไตล์มาก่อน ชีวิตผมไม่มีอะไรที่น่าสนใจ ก็เหมือนคนทั่วไป”
    ก่อนจะเปิดฉากเล่าถึงประวัติการศึกษา หลังจากเรียนจบมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เขาได้เดินทางไปเรียนต่อปริญญาตรีและโทด้านการบริหารจัดการธุรกิจที่สหรัฐอเมริกา พร้อมแนบเกียรตินิยมกลับมาด้วย
    แค่เปิดโปรไฟล์มาก็เปอร์เฟ็กต์แล้ว แต่ชีวิตการเรียนหนังสือที่ผ่านมาของกรกฤชใช่ว่าจะราบรื่น เพราะในช่วงชีวิตวัยรุ่นมีสิ่งเย้ายวนมากมาย ซึ่งเขาก็บอกว่า มีเฉไฉออกไปบ้างในช่วงแรกที่ไปเรียนต่อปริญญาตรีที่ประเทศอังกฤษ จนต้องบินไปเรียนที่อเมริกาแทน ทำให้จบช้ากว่าเพื่อน 1 ปี
    การเสียเวลาในคราวนั้นเองที่ทำให้สปีดตัวเอง กระทั่งเรียนจนจบปริญญาโททันเพื่อน ๆ แต่การเกเรในครานั้นคล้ายจะเป็นจุดบอดในชีวิตที่ทำให้เขาต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างหนัก นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้
    กรกฤช ทายาทนักธุรกิจแสนล้านบาท มุ่งมั่นทำงานอย่างตั้งใจและจริงจัง ทำงาน 7 วันในหนึ่งสัปดาห์ หรือใน 1 เดือนแทบไม่หยุดเลย หลังจากที่เขาได้รับมอบภารกิจให้มาดูแลกิจการมูลค่ารวมกว่า 2 หมื่นล้าน
    ทั้งชีวิตในตอนนี้จึงทุ่มเทให้กับงาน อันเป็นความสุขและความสนุกที่มีเรื่องให้ท้าทายได้ทุกวัน แม้จะมีคนรู้ใจแล้วก็ตาม แต่เขาก็ขอมุ่งมั่นทำงานก่อน
    “ตอนนี้ผมสนุกกับงาน ช่วงเด็ก ๆ ผมอาจจะไม่ได้เป็นเด็กตั้งใจเรียน แต่นี่ก็อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่ผมจะได้พิสูจน์ตัวเอง ถ้าผมยังเหลาะแหละ เท่ากับว่าชีวิตสุดท้ายของผมอาจจะไม่มีค่าที่ทำประโยชน์ให้กับใครได้เลย จริงอยู่ที่ผมอยู่ได้แบบไม่ต้องทำอะไร

    แต่ถ้าวันหนึ่งผมมีลูก ลูกถามว่าพ่อทำอะไร แล้วเราจะตอบลูกว่ายังไง กินเงินเก่าคุณปู่คุณย่าอย่างนั้นหรือ ผมว่ามันไม่มีความภาคภูมิใจ”
    กรกฤชอธิบายต่ออีกว่า หลายคนอาจมองว่าเป็นธุรกิจของที่บ้าน แต่มันก็คือบทพิสูจน์หนึ่งในความสำเร็จของธุรกิจครอบครัว ถึงวันหนึ่งเราก็ต้องมีบทบาทที่เราเริ่มเองจากศูนย์ ซึ่งยังคงจะมุ่งเน้นธุรกิจออโต้เป็นหลัก
    เพราะสิ่งที่พวกเราถนัดก็คือ ธุรกิจภาคการผลิต
    “ผมกำลังมองเรื่องธุรกิจรีไซเคิล ผมอยากจะทำแบบครบวงจร แต่จากการศึกษาไม่ใช่ธุรกิจที่ทำง่าย ๆ เพราะจะต้องมีภาครัฐเข้ามาเกี่ยวข้องในการประมูลกล่องขยะ จึงต้องศึกษากันให้ดีก่อน”
    ส่วนความสุขในการทำงานของหนุ่มไฟแรงสูงคนนี้ก็คือ ความสำเร็จแบบค่อยเป็นค่อยไป
    “ผมมีความสุขกับการทำงานทุกวันนี้ คือ งานประสบความสำเร็จในแบบของเรา ไม่ใช่แบบที่ใคร ๆ เขามีกัน อาจจะนับจากสื่อที่ได้ลงหรือสร้างโรงงาน ความสำเร็จของผมอาจจะเป็นอะไรที่อยู่ใกล้ตัวก็ได้

    วันนี้อาจจะมีโครงการเล็ก ๆ ค่อย ๆ แก้ปัญหาไปทีละเปลาะ ถ้าปัญหาลำดับที่ 1 ยังแก้ไม่ได้ ก็หันมาแก้ปัญหาลำดับที่ 2 ก่อน เป็นสิ่งที่เราแก้ไขได้”
    สิ่งเหล่านี้เองที่เป็นการสะสมความภาคภูมิใจให้กรกฤช โดยใช้หลักที่ว่า
    “ไม่จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาที่ยากที่สุดก่อน”
    อีกหนึ่งผลงานที่เขายกให้เป็นความสำเร็จ คือ การได้เห็นได้ก้าวไปข้างหน้า ได้เป็นที่ยึดมั่นของลูกน้องและผู้บริหาร
    ที่เดินเข้ามาหาเขา มองเห็นประโยชน์จากเขา รอให้เขามาตัดสินใจ รอคำปรึกษาจากเขา
    นี่คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ความสำเร็จของเขา หลังจากเข้ามาดูแลกิจการกว่า 10 ปี เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ หมุนเวียนไปทำเกือบทุกแผนกในบริษัท กว่าจะได้ขึ้นแท่นเป็นไดเร็กเตอร์ก็ใช้เวลาหลายปี รวมถึงพิสูจน์ฝีมือจนเป็นที่ยอมรับได้ในปัจจุบันโดยอาศัยการสังเกตจากบิดาผู้เป็นไอดอลของเขา

    โดยเฉพาะการอ่อนน้อมถ่อมตนที่จะพิชิตใจคนได้หลายหมู่เหล่า และความเคารพที่พนักงานมอบให้ ส่วนหนึ่งเพราะได้อานิสงส์มาจากพ่อและแม่ที่ส่งผลมาถึงตัวเขาด้วย
    “บางคนเป็นผู้ใหญ่ที่เราต้องให้ความเคารพนับถือเขาด้วยอีกส่วนหนึ่งเราก็เป็นเจ้านายเขา ก็ต้องแบ่งให้ถูกว่าโอกาสไหนจะใช้บทบาทใดเข้ามาดูแลคน พวกนี้ขึ้นอยู่กับศิลปะของแต่ละคน เพราะการบริหารคนไม่ได้มีแบบเดียว”
    นักธุรกิจเลือดใหม่คนนี้ยังบอกว่า การบริหารคนก็ต้องมีการปรับเปลี่ยน ในอดีตอาจจะต้องการคนที่เป็นผู้นำสูง มุทะลุ
    มีพระเดชพระคุณอะไรแบบนั้น แต่ปัจจุบันการบริหารไม่ใช่แบบนั้นแล้ว ผู้บริหารต้องเข้าใจ เป็นเพื่อนลูกน้องมากขึ้น และสามารถให้คำปรึกษาเป็นครูให้เขาได้ ไม่ใช่ใช้แต่อำนาจ
    “ผมคิดว่าปัจจุบันคนเปลี่ยนงานมากกว่าในอดีต เพราะคนมีการศึกษาเพิ่มมากขึ้น ใคร ๆ ก็เรียนจบอย่างน้อยปริญญาตรี คนมีทางเลือกมากยิ่งขึ้น เราต้องให้เกียรติเขาเหมือนกับคนในครอบครัว มองว่าเขาเป็นผู้มีบุญคุณที่จะทำให้บริษัทเราเจริญเติบโตได้

    ฉะนั้นเราต้องมาปรับทัศนคติเพราะการมองคนสักคนต้องเริ่มมองว่าเขาเป็นคนที่มีค่า แล้วค่อยมาปรับระดับกันว่าเราจะมีการดูแลเขาอย่างไรให้เหมาะสม บางคนชอบการดูแลโดยคำชม บางคนชอบเงิน บางคนชอบให้จ้ำจี้จ้ำไช บางคนพูดคำเดียวไม่ต้องไปยุ่งกับเขา”
    แม้จะมีงานรัดตัวทั้งวางแผนนโยบายและกำหนดงบประมาณ รวมทั้งเดินทางไปพบปะลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ แต่ทายาทหนุ่มแห่งค่ายซัมมิทยังปลีกเวลาไปทำงานเพื่อสังคมสารพัดจะทำได้ตามแต่เวลาอำนวย หากไม่รวมการอุปการะเด็กปกติและเด็กพิการที่เขาส่งเสียเองจนเรียนจบปริญญา
    หนุ่มคนนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นทายาทผู้ตามหาโรงเรียนที่พ่อและแม่รวมถึงพนักงานไปร่วมกันสร้างไว้เมื่อ 30 ปีก่อนจนพบ และเขาก็ได้สานต่อความตั้งใจเดิมของพ่อแม่ พัฒนาโรงเรียนในหลายส่วน
    เช่นเดียวกับกรณีที่เขาเปิดตึกที่ว่างให้เป็นศูนย์พักพิงในช่วงวิกฤตมหาอุทกภัยปี 2554 เปิดรับคนเดือดร้อนที่ไม่มีที่ไป ทั้งคนและสัตว์ จัดเลี้ยงอาหาร 3 มื้อ จัดที่นอนติดแอร์พร้อมฟูกอย่างดีให้พัก จนได้รับฉายา “พ่อบุญทุ่ม” ลุยน้ำไปรับผู้เดือดร้อนด้วยตัวเอง ยังไม่รวมเงินที่หมดไปหลายล้านบาท แลกกับความชื่นใจที่ได้มอบน้ำใจให้กับคนอื่น
    นับว่าเป็นลูกคนมีอันจะกินที่นึกถึงคนอื่นด้วยใจจริง แม้สังคมที่เขาอยู่จะไม่มีภาพวงเวียนชีวิตที่อนาถเฉียดกรายเข้าใกล้
    แต่กรกฤชก็เป็นอีกคนที่ติดตามข่าวสารและดูละครดราม่า เพื่อดูชีวิตคนที่แตกต่าง
    แม่จะสอนตลอดว่า ถึงเราจะมีเงินก็ไม่ได้หมายความว่า “เราต้องใช้มันให้หมด”
    สิ่งนี้หล่อหลอมให้กรกฤชเป็นคนไม่ฟุ่มเฟือย ของราคาแพงที่สุดที่เขาซื้อเองก็คือ นาฬิกาข้อมือที่ใส่ติดมือ ยี่ห้อโรเล็กซ์ ราคาหนึ่งแสนแปดหมื่นบาท ส่วนรถยนต์มาเซราติที่ขับอยู่ตอนนี้แม่ก็เป็นคนซื้อให้ เพราะลูกชายไม่ยอมเปลี่ยนรถจากัวร์คันเดิมที่ใช้มา 4 ปี
    อย่างไรก็ตาม ยังมีของที่เขาควักเงินซื้อเองมากที่สุด ก็คือ ไฟแช็ก ที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงไปเรียนเมืองนอก
    นับกันคร่าว ๆ น่าจะมีเกิน 1 พันชิ้น
    “มันเป็นของเล็ก ๆ ที่น่ารักดีและไม่ได้แพงอะไรมาก และเป็นของที่คนทั่ว ๆ ไปไม่ได้สนใจ ถ้าใช้เสร็จผมจะเก็บไว้กับตัวตลอดไม่วางทิ้งบนโต๊ะ ใครอยากจะยืมก็จุดให้”
    จากนั้นกรกฤชได้ขนลังเก็บไฟแช็กทยอยลำเลียงมาวางบนโต๊ะ ซึ่งมีหลากหลายยี่ห้อที่เดินทางมาจากทั่วโลก
    รูปร่างหน้าตาไม่ซ้ำกัน มีทั้งแบบกุ๊กกิ๊กน่ารักเป็นตัวการ์ตูน และแบบไฮโซระดับแชง ดูปองต์ก็มี แต่ส่วนใหญ่จะเป็นของมาจากญี่ปุ่นที่เขาเดินทางไปบ่อย
    “ผมสะสมมาหลายสิบปีแล้ว การเก็บไว้ก็มีความสุขดีนะครับ ผมทำตู้โชว์ไว้แล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสได้เรียงไว้ซักที เพื่อน ๆ ชอบแซวว่าถ้าไฟไหม้บ้าน ไฟแช็กผมจะตกเป็นผู้ต้องหาลำดับที่ 1 ทันที”
    นอกเหนือจากสะสมไฟแช็กแล้ว เมื่อมีเวลาเขาจะไปลงเรียนคอร์สต่าง ๆ ล่าสุดได้ลงเรียนคอร์ส “หลักสูตรผู้ประกอบการแห่งอนาคต” (Future Entrepreneurs Forum : FEF) รุ่นที่ 1 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหาเวลาอยู่กับตัวเอง

    โดยการดูหนัง ฟังเพลง และเล่นเกม เป็นกิจกรรมโปรดที่เขาสามารถดูหนังเรื่องเดิมซ้ำได้นับ 10 รอบ อย่างหนังเรื่องโปรดคือ การ์ตูนมาดากัสการ์ และเรื่องอัพ ภาพยนตร์พวกนี้ช่วยให้เขาคลายเครียดได้ดี
    และอีกหนึ่งเคล็ดลับที่ทำให้เขาหลับสบายโดยไม่ต้องแบกเรื่องงานกลับบ้านให้หนักสมองเพราะตัดเรื่องงานออกได้อัตโนมัติ
    “ผมไม่พยายามบ่นเรื่องการทำงาน เพราะยิ่งบ่นยิ่งเครียด”

     

     

    ที่มา:  money.sanook

    เผยโฉมหน้า 29 ทายาทไฮโซคนดังพันล้านของไทย

    เผยโฉมหน้า 29 ทายาทไฮโซคนดังพันล้านของไทย

    เมื่อพูดถึงเหล่าบรรดาไฮโซแล้ว หลายๆคนคงอิจฉาตาร้อน ด้วยทรัพย์สินเงินทอง รูปลักษณ์หน้าตาที่มีเพียบพร้อมไปเสียหมด

    Sanook! Money จึงนำพวกเธอเหล่านี้มาเผยโฉมหน้าให้เห็นกันเลยว่า สาวคนดังพันล้านที่กำลังฮอตอยู่ในขณะนี้จะมีใครติดอันดับกันบ้าง

     

     

     ลูกหลานไฮโซ ทายาทคนดัง : 1. โอบอุ้ม รสรินทร์ ชุมสาย ณ อยุธยา
    สาว ช่างคุยบุคลิกสดใสและเซ็กซี่ ทายาท ตระกูลดัง ชุมสาย ณ อยุธยา จบการศึกษา คณะนิเทศศาสตร์ ภาควิชาการประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งนอกจากจะเก่งทั้งเรื่องเรียนแล้ว เธอยังเป็นนักกิจกรรมตัวยงของมหาวิทยาลัย นอกจากนั้นเธอยังเป็นเจ้าของบริษัท “A2Z events’experts” ที่ต่อยอดมาจากคุณแม่ “ดร.ปาริชาติ” พีอาร์รุ่นเก๋าของวงสังคมเมืองไทยอีกด้วย

     

    ลูกหลานไฮโซ ทายาทคนดัง : 2. เอย ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา
    สาวน้อยช่างฝัน วัย 17 ปี อยากมีธุรกิจเสื้อผ้าเป็นแบรนด์ของตัวเอง ลูกสาว ม.ล.อัญชลี-ธนันต์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา

     ลูกหลานไฮโซ ทายาทคนดัง : 3. เอิน ณัฐชยา ไกรฤกษ์
    สาว น้อยวัย 20 ปี ลูกสาวสุดหวงของ นพพันธุ์ ไกรฤกษ์ จบจากโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย ด้วยความน่ารักแบบสาวใสๆ เธอจึงมักถูกเพื่อนๆ ขนานนามว่าเป็นดาวโรงเรียน กิจกรรมที่เธอสนใจเป็นพิเศษคือกิจกรรมด้านงานฝีมือ งานประดิษฐ์ ปัจจุบันกำลังศึกษา คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

     ลูกหลานไฮโซ ทายาทคนดัง : 4. พะเพื่อน ชุติมณฑน์ สกุลไทย
    สาว สวย วัย 18 ปี ลูกสาวคนเดียวของ คุณแม่อุ๊-มณฑ์ลัชชา สกุลไทย จากความฝันอยากทำงานในสายงานสื่อมวลชน หรือทำงานเกี่ยวกับด้านโทรทัศน์ที่เธอรัก ขณะนี้เป็น นักศึกษารั้วแม่โดม กำลังศึกษา คณะวารสารศาสตร์ สาขาสื่อสารมวลชน ภาคภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

     ลูกหลานไฮโซ ทายาทคนดัง : 5. พลอย พลอยพยัพ ศรีกาญจนา
    สาว พลอย สาวเดบูตองส์รุ่นใหม่ อายุ 20 ปี บุตรสาวคนเล็กของ ยูกิ ศรีกาญจนา  กำลังศึกษาด้านแฟชั่น ที่ ลอนดอน คอลเลจ ออฟ แฟชั่น ประเทศอังกฤษ ความสามารถพิเศษในการทำอาหาร ขนม และยังมีความสนใจงานด้านแฟชั่น รวมถึงชอบช่วยเหลืองานสังคมการกุศล เจริญรอยตามพี่สาวซึ่งได้รับคัดเลือกให้เป็นสาวเดบูตองส์รุ่นก่อนหน้านี้

     ลูกหลานไฮโซ ทายาทคนดัง : 6. นีน่า ชยุดา เจียรวนนท์
    ลูก สาวคนสวยของ ชัชวาลย์ และขวัญใจ เจียรวนนท์  ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู มัลติมีเดีย จำกัด นีน่า พกพาดีกรีว่าที่บัณฑิตจาก มหาวิทยาลัยทัฟส์ เมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมไลฟ์สไตล์สปอร์ต เกิร์ล และความใฝ่ฝันการเป็นนักประชาสัมพันธ์

     ลูกหลานไฮโซ ทายาทคนดัง : 7. แนน นันทินี อัมระนันทน์
    ลูก สาวหัวแก้วหัวแหวนของ คุณปาณิดล ชัยปาณี กับ คุณแม่สุดสวยฮอลลี่  อัมระนันทน์ บัณฑิตคณะวิทยาศาสตร์ ภาคเคมีประยุกต์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

     ลูกหลานไฮโซ ทายาทคนดัง : 8. เบอร์ดี้ ณิชาบูล นาคาศัย
    สาว สังคมหน้าใหม่ที่ใครๆ ต่างก็ให้ความสนใจไม่น้อย  น้องเบอร์ดี้สาวสวยวัย 18 ปี ลูกสาวคนโตของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พรทิวา นาคาศัย และอนุชา นาคาศัย อดีต ส.ส.ชัยนาท พรรคไทยรักไทย จบจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ คณะเศรษฐศาตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

     

     ลูกหลานไฮโซ ทายาทคนดัง : 9. มิ้ง สิรี วงศ์รักมิตร
    ลูก สาวของคุณพ่อยอดพจน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบางจากปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) และคุณแม่เครือวัลย์ วงศ์รักมิตร ผู้อำนวยการ การสายงานบริการวิชาชีพ บริษัทนครชัยแอร์ จำกัด

     ลูกหลานไฮโซ ทายาทคนดัง : 10. หมิว กมลพร วงศ์รักมิตร
    ลูก สาวของคุณพ่อยอดพจน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบางจากปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) และคุณแม่เครือวัลย์ วงศ์รักมิตร ผู้อำนวยการ การสายงานบริการวิชาชีพ บริษัทนครชัยแอร์ จำกัด

     ลูกหลานไฮโซ ทายาทคนดัง : 11. เมย์ ไพพรรณี เตชะณรงค์
    ทายาท คนที่ 2 ของเจ้าของโบนันซ่า เขาใหญ่ “ไพวงษ์-ภัสสรา เตชะณรงค์” สาวหัวใจอาร์ต น้องสาว สงกรานต์ เตชะณรงค์ สาวอินทีเรียหัวนอก จบการศึกษาด้านการออกแบบจาก Chelsea College of Arts & Design ประเทศอังกฤษ หลังจากจบการศึกษา เมย์ก็กลับมาดูแลธุรกิจ โบนันซ่า เขาใหญ่ ของครอบครัว และกลายเป็นสาวสังคมสุดชิคอีกหนึ่งคน ล่าสุดเธอมีข่าวว่ากำลังคบหาดูใจกับ นักร้องหนุ่มกราฟ แห่งวงแบล็กวานิลลา

    ลูกหลานไฮโซ ทายาทคนดัง : 12. แจน พัทธมน เตชะณรงค์
    ทายาท คนที่ 3 ของเจ้าของโบนันซ่า เขาใหญ่ “ไพวงษ์-ภัสสรา เตชะณรงค์” น้องสาวแสนสวยของหนุ่มฮอต สงกรานต์ เตชะณรงค์ อีกหนึ่งคน ชื่นชอบในเรื่องของการออกแบบและแฟชั่นเป็นชีวิตจิตใจ สาวน้อยผู้หลงใหลในแฟชั่นและไม่ยอมทิ้งความฝันของตัวเองให้หลุดลอยไปเธอ เลือกที่จะเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบคือการเรียนด้านการออกแบบแฟชั่นที่“อะคา เดเมีย อิตาเลียนา” ทองหล่อ สถาบันสอนการออกแบบจากอิตาลี

     ลูกหลานไฮโซ ทายาทคนดัง : 13. มัดหมี่ พิมดาว พานิชสมัย
    สาว สวยไอโซ เสียงดี เป็นลูกสาวคนโตของ พลเอกไพโรจน์ – เกล็ดดาว มีผลงานด้านบันเทิงมากมาย เช่น เป็นนักร้องค่ายอาร์เอส , สี่แผ่นดิน เดอะ มิวสิคัล ในบทแม่พลอยวัยสาว ผลงานทางจอแก้วของเธอทางช่อง 3 ในบทนางเอกเรื่องพันท้ายนรสิงห์ของท่านมุ้ย

     ลูกหลานไฮโซ ทายาทคนดัง : 14. มะปราง กิติวิชญา วัชโรทัย
    มะปราง สาวสวยฮอตที่สุดคนหนึ่งของแวดวงงานสังคม ลูกสาวคนเล็กของของ วัชรกิติ กับ กรกนก วัชโรทัย หลานปู่แก้วขวัญ วัชโรทัย เลขาธิการพระราชวัง มะปราง เรียนจบปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มะปรางกำลังเข้ามารับราชการ ในตำแหน่งหน้าที่เลขานุการของเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

     

     ลูกหลานไฮโซ ทายาทคนดัง : 15. แพร พิมพิศา จิราธิวัฒน์
    น้อง แพร เป็นลูกสาวคนสวยของคุณส้ม ชนัดดา แบรนด์ดีไซเนอร์แห่งไดมอนด์ ทูเดย์ และคุณธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ เจ้าสัว-ผู้บริหารโรงแรมในเครือเซ็นทรัล โดย แพร  เป็นลูกคนโตในจำนวนพี่น้อง 3 คน มีน้องชาย 1 คน และน้องสาวอีก 1 คน คือ พีช พชร จิราธิวัฒน์ และ พาย ศลิษา จิราธิวัฒน์  เรียนอยู่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ปี 2

     ลูกหลานไฮโซ ทายาทคนดัง :  16. นาม ปรมา ไรวา
    สาว ไฮโซ นาม ทายาทสาวสวยของ ประเวศวุฒิ-เกษสุดา ไรวา เจ้าของเอส แอนด์ พี เธอเก่งด้านการทำอาหาร และชอบคิดค้นสูตรอาหารใหม่ๆ  น้องสาวของเซเลบ-นักร้องหนุ่ม เนม-ปราการ ไรวา เธอยังเป็นอดีตสาวเดบูตองส์รุ่นที่ 4 นักเรียนอังกฤษคนนี้หวังว่าจะได้ใช้ความรู้ความสามารถที่เรียนมา มาช่วยกิจการของครอบครัว นอกจากนี้เธอยังชอบทำอาหารอีกด้วย

     ลูกหลานไฮโซ ทายาทคนดัง : 17. พลอย ณัฐพร โทณวณิก
    เซ เลบริตี้เจเนอเรชั่นใหม่แห่งแวดวงสังคมไฮโซ พลอย ลูกสาวคนเล็กของ “วิภาดาโทณวณิก” แห่ง โรงแรมดุสิตธานี เพิ่งเรียนจบจากคณะเศรษฐศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่ถึงจะดูเป็นสาวน้อยลุคหวานๆ แบบนี้แต่เธอก็ชอบเล่นกีฬาห้าวๆ อย่างมวยไทยและเวคบอร์ดด้วยเหมือนกัน

     ลูกหลานไฮโซ ทายาทคนดัง : 18. พอลลี่ พรพรรณ สิทธินววิธ
    บัณฑิต สาวป้ายแดง อายุ 24 ปี  บัณฑิตจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้นำเข้าแบรนด์ดัง Cath Kidston ทันทีที่เรียนจบเธอก็เข้ามาช่วยเหลือกิจการของพี่สาว พีรภาสิทธินววิธ ทั้งการบริหารร้าน Cath Kidston และร้านวิตามิน คลับ ไทยแลนด์ ซึ่งมีสาขาอยู่หลายแห่งทั่วกรุงเทพ

     ลูกหลานไฮโซ ทายาทคนดัง : 19. แอร์เมย์ กฤติกา กอวรกุล
    สาว น้อยวัย 20 ปี ขาวหมวย สวยหวาน น่ารัก การศึกษาคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยมหิดล อินเตอร์ เคยประกวดและได้ตำแหน่งมิสสมาร์ททีน จากการประกวดมิสทีนไทยแลนด์ปี 2009 มาครอง คุณพ่อของเธอทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่

     ลูกหลานไฮโซ ทายาทคนดัง : 20. แป้ง พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์
    ลูก สาวคนเก่ง สุดสวย ของคุณแม่ปิ๋ม อวิกา แจ้งเจนกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทสยาม ไวเนอรี่  เรียนคณะ Social Science มหาวิทยาลัยมหิดล (อินเตอร์)

     ลูกหลานไฮโซ ทายาทคนดัง : 21. บัว อาภาภัทร กัญจนพฤกษ์
    สาว ตาโต ผิวหิมะ อายุ 21 ปี ทายาทนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่แห่งภาคใต้ การศึกษา นิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีผลงานการแสดง โฆษณา มากมายและเป็นอดีตสมาชิกรายการวัยรุ่น สตอเบอร์รี่ชีสเค้ก

     ลูกหลานไฮโซ ทายาทคนดัง : 22. จินนี่ เขริกา โชติวิจิตร
    ทายาท เจ้าของคฤหาสน์ เวอซาเช่ มูลค่ากว่า 100 ล้าน จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนเลิศหล้า (หลักสูตรอินเอตร์) , ชั้นมัธยมจาก Shrewsbury International School และปัจจุบันศึกษาอยู่ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ (หลักสูตรอินเตอร์) สาขาการออกแบบนิเทศศิลป์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จินนี่เป็นศิลปินสังกัดกามิกาเซ่-ค่ายอาร์เอส นักเปียโน และนางแบบนิตยาสารวัยรุ่น อดีตสมาชิก ชิลลี่ไวท์ช็อค และ สวีต ดี

     ลูกหลานไฮโซ ทายาทคนดัง : 23. น้ำหวาน ธนัญญา ธนากิจอำนวย
    ทายาท คนกลางของเจ้าของธุรกิจเสื้อผ้าแบรนด์ไทย AIIZ (เอทูแซด) เรียนจบจาก NYU มาไม่นานก็รีบเข้ามาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการทำงานเพื่อหวังช่วยสานต่อ อาณาจักรธุรกิจเสื้อผ้าของครอบครัว ตอนนี้ก็กำลังศึกษาและช่วยกิจการของครอบครัว คือการดูแลแบรนด์แฟชั่นชั้นนำที่อยู่คู่วัยรุ่นไทยมายาวนานกับแบรนด์  AIIZ

     ลูกหลานไฮโซ ทายาทคนดัง : 24. สามสรา เอี่ยมเอกดุลย์
    เซเลบริตี้รุ่นใหม่ นิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

     ลูกหลานไฮโซ ทายาทคนดัง : 25. มินท์ ภัทรศยา ยงรัตนมงคล
    สาว น้อยไฮโซสุดเซ็กซี่วัย 20 ปี ก้าวเข้ามาเป็นนางแบบหน้าใหม่ ซึ่งฮอตมากๆ มีผลงานด้านบันเทิงมากมาย (เคยตกเป็นข่าวกับหนุ่มหล่อ ณเดชน์) ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่ Harrow International School

     ลูกหลานไฮโซ ทายาทคนดัง : 26. พลอย ชวพร เลาหพงษ์ชนะ
    ถือ เป็นแฟชั่นิสต้ารุ่นใหม่ไฟแรงแห่งวงการแฟชั่นตัวจริง! โด่งดังนำเทรนด์มาจาก “ที่คาดผมนก” ไซส์บิ๊กเบิ้มที่  เซเลบ ชมพู่ อารยา จนเกิดเป็นที่ฮิตกันจนถึงปัจจุบัน พลอย ชวพร สาวเก๋ ที่มีสไตล์การแต่งตัวที่ชัดเจน ไม่มีกฏเกณฑ์ วัย 28 ปี ทายาทคนเล็กของอดีตรัฐมนตรีคนดัง ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ เธอยังเป็นทั้ง Personal Shopper ของร้าน Topshop , เจ้าของธุรกิจขายเสื้อผ้าบนโลกออนไลน์ P’s Material, เป็น Fashion Blogger แห่ง POBOXSTYLE ที่หลายคนติดตามอยู่

     ลูกหลานไฮโซ ทายาทคนดัง : 27. แพร อมตา จิตตะเสนีย์
    แพร หรือที่เพื่อนๆรู้จักกันในชื่อ แพรี่พาย เมคอัพอาร์ติสที่เคยไปสร้างชื่อเสียงให้คนไทย  เวที ลอนดอน แฟชั่นวีค นักเรียนอังกฤษวัย 23 ปีคนนี้ โด่งดังเป็น เมกอัพ อาร์ทิสต์  โดยตอนนี้นับเป็นคลื่นลูกใหม่ที่มาแรงที่สุดในแวดวงบิวตี้ของเมืองไทย ถูกส่งไปเรียนที่ประเทศอังกฤษตั้งแต่อายุ15 ปี ที่ St. Mary’s School Cambridge เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่ University of Arts, London, Central Saint Martins คณะออกแบบการแสดง (Performance Design and Practice) และเพิ่งจบการศึกษาระดับปริญญาโทสาขา Global Management ที่ Regent’s Business School

     ลูกหลานไฮโซ ทายาทคนดัง : 28. มีมี่  มิลิน ยุวจรัสกุล
    เพราะ รักศิลปะและการออกแบบมาตั้งแต่เด็กๆ แถมการันตีด้วยดีกรีด้านแฟชั่นดีไซน์จาก “เซนต์ มาร์ตินส์” ประเทศอังกฤษ และ “สถาบันเทคโนโลยีแฟชั่น (FIT)” จากนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เรียกได้ว่าความตั้งใจ มุ่งมั่น และประสบการณ์ที่เก็บเกี่ยวมาไม่น้อย ของมีมี่ได้ปรากฏออกมาเป็นแบรนด์เสื้อผ้าของตนเองอย่าง“มิลิน” (Milin) ที่จะเนรมิตให้ผู้หญิงที่สวมใส่เสื้อผ้าของเธอ มีสไตล์เรียบหรู ดูดี และน่าค้นหา ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ฮิตในหมู่สาวๆและเซเลบเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะในประเทศไทยหรือต่างประเทศ

     ลูกหลานไฮโซ ทายาทคนดัง : 29. คล้ายเดือน-พิมพ์ดาว-มทินา สุขะหุต
    3สาวพี่น้อง สเรตซิส แห่งบ้านสุขะหุต “อิ๊บ เอ๋ย และ แอ้” ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเสื้อผ้าสไตล์เลดี้แสนเก๋ คาแรกเต

    ที่มา:   money.sanook

    ฟื้นชีพ “เป๊ปซี่“ นาทีนี้ต้องสู้

    ฟื้นชีพ “เป๊ปซี่“ นาทีนี้ต้องสู้

    ถึงเวลาแล้วที่ตลาดน้ำอัดลม จะพูดถึงการแข่งขันแบบจริงจังสักที เมื่อทางแชมป์เดิมอย่าง “” ประกาศทวงคืนบัลลังก์แบบเต็มสูบ ขอกลับมายืนที่เดิมอีกครั้ง
    แต่เส้นทางที่พลาดไป ย่อมไม่เหมือน เดิม เพราะวันนี้ทุกคนทราบดีว่า หน้าใหม่ค่ายยักษ์นาม “เอส” ก็ประกาศตัวชัดว่า ที่ผ่านมาเขาไม่ใช่แค่ดาวรุ่งน้องใหม่ แต่จะกลายเป็นผู้เล่นหลักในตลาด
    ตลาดน้ำอัดลมในประเทศไทย มีมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท แม้จะเติบโตเพียง 4-5% แต่ก็เป็นการเติบโตจากฐานที่ใหญ่ แถมยังเติบโตได้แม้จะอยู่ในยุคที่เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมาแรงกว่า
    หลังจากหมดสัญญากับทางเสริมสุข เป๊ปซี่กลายเป็นแบรนด์ที่ตกอยู่ในภาวะไร้แขนขาอยู่พักใหญ่ เพราะไม่มีทั้งโรงงานผลิตสินค้าและตัวแทนจำหน่าย แม้แบรนด์ จะแข็งเพียงใด ก็ไม่สามารถยื้อตำแหน่งแชมป์เอาไว้ได้ ท่ามกลางความพลิกผัน
    “เอส” ซึ่งเป็นแบรนด์ที่เชี่ยวชาญจากการบริหารงานของเสริมสุขที่เคยประคบประหงมจนทำให้เป๊ปซี่ขึ้นเบอร์ 1 ในเมือง ไทยได้ ก็สร้างทางของเอสให้แข็งแกร่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
    เสริมสุขประกาศรายได้ของเอสในช่วง 8 เดือน (พ.ย.2555-ม.ย.2556) มูลค่า 5 พันล้านบาท จากเป้าหมาย 8 พันล้านในปลายปี 2556 ขณะที่โค้ก ก็ยังเก็บเกี่ยว ยอดขายไปได้อีกมาก และยังคงถือดีกรีแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก รอคอยการแข่งขันกับเป๊ปซี่อยู่ทุกนาที
    + ละครเป๊ปซี่เรื่องนี้มีดราม่า
    ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธาน บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า ช่วงเวลาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ถือเป็นความท้าทายของเป๊ปซี่ที่จะต้องก้าวผ่านอุปสรรคนานาประการ แต่ท้ายสุดแล้ว ก็ก้าวผ่านมันมาได้จุดหนึ่งแล้ว
    เริ่มตั้งแต่การตั้งโรงงานผลิตของตัวเอง ภายใต้งบลงทุนกว่า 5 พันล้านบาท โดยปัจจุบันโรงงานแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ระยอง และกลายเป็นโรงงานภายใต้หลังคาเดียวกันที่ใหญ่ที่สุดจากโรงงานเป๊ปซี่ที่มีอยู่ประมาณ 200 แห่งทั่วโลก โรงงานแห่งนี้มี 8 ไลน์การผลิต เปิดแล้ว 7 ไลน์ และจะเปิดอีก 1 ไลน์ต้นปีหน้า
    ในด้านตัวแทนจำหน่ายก็ได้แต่งตั้งตัวแทน 29 รายหลักทั่วประเทศ พร้อมด้วยการจับมือกับทาง DHL ในการจัดส่งสู่ตัวแทนจำหน่ายนั้นๆ ปัจจุบันสามารถครอบคลุมร้านค้าได้ 120,000 จุด
    น้ำอัดลม เป็นสินค้าที่ต้องอาศัยความเย็นพร้อมดื่ม ดังนั้น สิ่งที่เสียโอกาสในการขายอีกด้านหนึ่ง คือ ตู้แช่ ซึ่งตกเป็น สมบัติของทางเสริมสุข ปัจจุบันเป๊ปซี่ก็ได้ออกแบบตู้แช่ใหม่ ที่ประหยัดพลังงาน 35% และประหยัดพื้นที่ในการติดตั้ง
    ในส่วนของช่องทางร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ปัจจุบันเป๊ปซี่สามารถฝ่าฟันจนขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ในช่องทางนี้ได้ภายใน 6 เดือน (พ.ย. 2555- เม.ย.2556)
    นี่คือการเตรียมความพร้อมในเรื่องที่สำคัญยิ่ง เนื่องจากที่ผ่านมาแม้ว่าเป๊ปซี่จะเป็นแบรนด์ที่มีสาวกในเมืองไทยอยู่มาก แต่เมื่อไม่มีสินค้าป้อนตลาดก็จำต้องยอมเสียโอกาส แต่แม้ว่าจะข้ามฝ่าความท้าทาย ที่ว่ามาเปลาะหนึ่งแล้ว เส้นทางที่ต้องเดินต่อก็ยังเหลือให้สู้กันอีกหลายเปลาะ
    + เร่งสปีดกลับมาขอยืนที่เดิม
    ความท้าทายต่อไปที่เป๊ปซี่ต้องข้ามฝ่า คือ การกระจายสินค้าไปยังกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร หรือร้านค้ารายย่อยอื่นๆ รวมทั้งสร้างการรับรู้ครั้งใหม่ว่า เป๊ปซี่กลับมาแล้ว เพราะช่วง 3-4 เดือนแรกหลังจากหมดสัญญากับทางเสริมสุข ปัญหาสำคัญคือความสับสนของลูกค้าที่ว่า เป๊ปซี่จะไม่ผลิตสินค้าออกมาจำหน่ายแล้ว ช่วงการกลับมาอย่างสมบูรณ์พร้อมจึงต้องสร้างการรับรู้ (Brand Awareness) อีกครั้ง
    สิ่งที่จะต้องเพิ่มเติมเพื่อเร่ง สปีดให้กลับมายืนที่เดิมให้ได้คือ การมุ่งเน้นนวัตกรรม สร้างเป๊ปซี่ให้เป็นผู้นำกระแส หรือ Trend Setter เช่น กระแสของขวด PET ที่อยู่ในกระแสโลกที่ว่า เป็นขวดเครื่องดื่มที่พกพาสะดวก ลดขั้นตอนการขนส่งและทำความสะอาด เปิด-ปิดได้ตามใจผู้ดื่ม ฯลฯ ส่งผลให้มีคำยืนยันว่า เป๊ปซี่จะไม่กลับไปผลิตขวดแก้ว และจะมุ่งสู่การสร้างเทรนด์น้ำอัดลมแบบขวด PET เป็นหลัก หนึ่งในนั้นมีขวด PET ที่มีปริมาณที่มากกว่าแต่ราคาใกล้เคียงกับขวดแก้วออกจำหน่ายด้วย ส่วนแบบกระป๋องนั้น ใช้การออกไซส์ Slim ที่มีปริมาณการดื่มที่เหมาะสมในคราวเดียว ซึ่งตอนนี้มีบียอนเซ่ เป็นลิมิเต็ดเอดิชั่น เพื่อสร้างความนิยมอีกทาง
    ส่วนการตลาดของเป๊ปซี่ ก็จะเต็มที่ทั้งระดับสากลและท้องถิ่น ทั้งดนตรีและกีฬา โดยเฉพาะการเซ็นสัญญาเป็นพันธมิตรกับสโมสรฟุตบอล “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ซึ่งเป็นทีมที่มีสาวกอยู่ถึง 20 ล้านในเมืองไทย
    + แง้มแต้มต่อ Power of One
    ด้านนายจากรูท โคเตชา กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า ประกอบด้วย การผลิต การกระจายสินค้า แบรนด์และการตลาด รวมทั้งการพัฒนาบุคลากร จะเป็นเสาหลักในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับทางเป๊ปซี่ อีกทั้งยังเชื่อมั่นว่า แบรนด์อันแข็งแกร่งของเป๊ปซี่ ยังคงฝังอยู่ในผู้บริโภคคนไทย จึงเชื่อมั่นว่าความพร้อมในครั้งนี้ จะก้าวสู่ความสำเร็จได้ไม่ยาก
    และสิ่งที่สำคัญยิ่งสำหรับเป๊ปซี่ คือการผนึกกำลัง ของกลุ่มธุรกิจที่แข็งแกร่ง ทั้งกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มที่มีเป๊ปซี่ มิรินด้า เซเว่นอัพ ลิปตัน และเกเตอเรด พร้อมด้วยน้องใหม่ น้ำดื่ม “อควาเวส” ที่มีบริษัท น้ำดื่มสยาม จำกัด เป็นพันธมิตรในการผลิต และธุรกิจอาหาร ซึ่งมีขนมขบ เคี้ยวเบอร์ 1 อย่างเลย์ อยู่ในพอร์ต นอก จากนั้น ยังมี ทวิสตี้, ตะวัน, ซันไบทส์, ชีโตส, โดริโตส และข้าวโอ๊ตเควกเกอร์ ถือเป็นกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจขององค์กรที่เรียกว่า “Power of One” ที่จะผนึกกำลังไปด้วยกัน
    นางสาวมุกดา ไพรัชเวทย์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจอาหารและขนมขบเคี้ยว บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า เป๊ปซี่โค เป็นผู้นำอันดับหนึ่งในด้านขนมขบเคี้ยวในประเทศไทยมากว่า 10 ปี โดยปัจจุบันบริษัทถือครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ทั้งในตลาดมันฝรั่งทอดกรอบ และตลาดขนมขึ้นรูป ล่าสุด บริษัทขยายกำลังการผลิต โดยตั้งโรงงานผลิตขนมขบเคี้ยวแห่งที่สอง บนพื้นที่ 50 ไร่ ภายในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะจ.พระนคร ศรี อยุธยา มีมูลค่าการลงทุนรวม 2,387 พันล้านบาท ซึ่งโรงงานดังกล่าวมีแผนที่จะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2557 มีกำลังการผลิตสูงสุด ถึง 22,000 ตันต่อปี ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตขนมขบเคี้ยวในประเทศของเป๊ปซี่โคได้ถึง 49%
    + ยืนยันนาทีนี้มีแต่สู้
    นอกจากการประกาศฟื้นแบรนด์ เป๊ปซี่แล้ว ยังถือเป็นการบุกตลาดอย่างเต็มสูบ ทั้งนี้และทั้งนั้น เกิดขึ้นจากความมั่นใจในฐานลูกค้าที่ยังเหนียวแน่น ที่สำคัญคือความมั่นใจต่อการลงทุนในประเทศไทย ภายใต้แผนการลงทุน 1.8 หมื่นล้านบาท (2555-2558) ซึ่งการสร้างโรงงานผลิตทั้งสองแห่งก็อยู่ภายใต้แผนนี้ ส่วนงบประมาณทางการตลาดจะใช้ 900 ล้านบาทในปีนี้
    ดร.สุรเกียรติ์ กล่าวย้ำว่า เป๊ปซี่โค ยังคงเดินหน้าลงทุนในประเทศไทย แม้จะเป็นบริษัทข้ามชาติ แต่ก็ยังผสานความเป็น สากลเข้ากับความเป็นไทย อีกทั้งเชื่อมั่นว่า ด้วยโรงงานผลิตอันทันสมัย ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางการผลิตและจำหน่าย สินค้าในภูมิภาคอาเซียนได้ไม่ยาก
    และนี่คือความท้าทายที่ข้ามฝ่ามาแล้ว และจะต้องก้าวข้ามต่อไป หากแบ่งเฉพาะสมรภูมิน้ำอัดลมแล้ว เป๊ปซี่เชื่อมั่นว่า อีกไม่นานจะเรียกใจลูกค้ากลับคืนมาได้ไม่ยาก เพราะนี่คือการเรียกสิ่งที่เคยมีกลับมา ขอแค่กลับมายืนที่เดิมก็ถือว่าสำเร็จแล้วในช่วง 2 ปีข้างหน้านี้

     

    ที่มา:   money.sanook

    “ไมโครซอฟท์“ ฮุบกิจการ “มือถือโนเกีย“ ติดเขี้ยวเล็บเดินหน้าลุยแอปเปิล-กูเกิล

    “ไมโครซอฟท์“ ฮุบกิจการ “มือถือโนเกีย“ ติดเขี้ยวเล็บเดินหน้าลุยแอปเปิล-กูเกิล

    ในที่สุดชะตากรรมของกลุ่มธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อโนเกีย แห่งฟินแลนด์ที่ถูกปกคลุมด้วยความมืดยาว นานกว่า 2 ปีต่อเนื่องกัน

    ก็พบกับแสงสว่างไสวเมื่อค่ายมองเห็นคุณค่าและตัดสินใจทุ่มเงินจำนวนมหาศาลถึง 7,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 230,000 ล้านบาท เหมาซื้อกิจการไปดูแล
    ยุทธการยึดกิจการธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่โนเกียของค่ายไมโครซอฟท์ ด้วยเงิน 230,000 ล้านบาทนี้ถือเป็นข้อตกลงซื้อขายกิจการที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกนับจากการเข้าซื้อกิจการกลุ่มธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่โมโตโรล่า ของค่ายกูเกิลเมื่อปีที่แล้ว
    ขณะเดียวกันข้อตกลงซื้อขายกิจการระดับ “เมกะดีล” นี้ ยังถือเป็นปฏิบัติการทิ้งทวนสั่งลาตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารไมโครซอฟท์ ของนายสตีฟ บอลเมอร์ ซึ่งออกมาประกาศลาออกเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยระบุเป็นสัจจะวาจาว่า “จะพ้นจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารไมโครซอฟท์ภายในไม่เกิน 12 เดือน”
    เหตุปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไมโครซอฟท์ มองเห็นคุณค่าและโอกาสที่ซ่อนอยู่ในโทรศัพท์เคลื่อนที่โนเกียทั้งๆ ที่มีแนวโน้มผลการดำเนินงานที่ย่ำแย่ลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กระทั่งยอมตัดสินใจทุ่มเงินก้อนใหญ่เข้าซื้อกิจการมีเพียงประการเดียวคือ โนเกีย สามารถใช้เป็น “ทางลัด”

    ที่จะพาไมโครซอฟท์ก้าวไปสู่ความเป็นผู้นำในตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่เต็มรูปแบบได้อย่างรวดเร็ว เพื่อแข่งขันกับค่ายแอปเปิล และค่ายกูเกิล โดยไม่เกี่ยงว่าในตลาดสมาร์ทโฟน ค่ายแอปเปิล และค่ายกูเกิล มีส่วนแบ่งตลาดทิ้งห่างโนเกียแบบไม่เห็นฝุ่นก็ตาม
    บุคคลสำคัญที่ถือเป็น “โซ่ข้อกลาง” ทำให้เกิดเมกะดีล ระหว่างค่ายไมโครซอฟท์และค่ายโนเกีย คือ “สตีเฟ่น อีลอป” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโนเกีย วัย 49 ปี ซึ่งเคยบริหารธุรกิจไมโครซอฟท์ออฟฟิศในค่ายไมโครซอฟท์ ร่วมกับสตีฟ บอลเมอร์ ก่อนที่จะลาออกไปดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโนเกียเมื่อปี 2553
    อีลอป เริ่มปูทางกระชับสัมพันธ์ระหว่างโนเกียกับไมโครซอฟท์แบบค่อยเป็นค่อยไปเมื่อปี 2554 ด้วยการชะลอการพัฒนาระบบปฏิบัติการซิมเบี้ยนของโนเกียลง แล้วหันไปดึงเอาระบบปฏิบัติการวินโดวส์ของไมโครซอฟท์มาใช้ในโทรศัพท์เคลื่อนแบบสมาร์ทโฟน ของตระกูลโนเกีย ซึ่งทุกอย่างดำเนินไปด้วยความราบรื่น
    เขายกระดับความสัมพันธ์ระหว่างกันให้สูงขึ้นไปอีก ด้วยการประสานนัดหมายให้สตีฟ บอลเมอร์ ได้พบปะสนทนากับริสโต้ ซิลลาสมา ประธานกรรมการของค่ายโนเกีย ในระหว่างงาน Mobile World Congress ที่บาร์เซโลน่า ประเทศสเปน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้
    ณ ตรงนั้นคือจุดเริ่มต้นการซื้อขายกิจการระหว่างกัน โดยฝ่ายโนเกีย มอบหมายให้เจพีมอร์แกนเชสแอนด์โก ทำหน้าที่ที่ปรึกษาทางการเงิน และฝ่ายไมโครซอฟท์ มอบหมายให้โกลด์แมนแซคส์กรุ๊ปอิงค์ ทำหน้าที่ในลักษณะเดียวกัน

    กระทั่งเป็นที่มาของราคาซื้อขายที่ 7,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 230,000 ล้านบาท โดยฝ่ายไมโครซอฟท์ต้องชำระราคาเป็นเงินสด
    สาระสำคัญในข้อตกลงนี้ครอบคลุมเฉพาะกลุ่มธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และสิทธิบัตรทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์เคลื่อนที่โนเกียเท่านั้น
    ความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นภายหลังการดำเนินงานทุกอย่างภายใต้ความตกลงนี้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ ซึ่งคาดว่าไม่น่า จะเกินเดือนมีนาคม 2557 คือกลุ่มธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่พร้อมพนักงาน 32,000 คนที่เคยอยู่กับโนเกีย จะโอนย้ายมาอยู่ในสังกัดไมโครซอฟท์ โดยที่ค่ายโนเกีย จะเหลือเพียง ธุรกิจผลิต จำหน่าย

    และบริการติดตั้งเครือข่ายอุปกรณ์ไร้สาย ภายใต้ชื่อ “โนเกียโซลูชั่นแอนด์เน็ทเวิร์คส์” ซึ่งมีคู่แข่งสำคัญคืออีริคสัน อัลคาเทล-ลูเซนต์ หัวเหว่ย และซีทีอี
    สตีฟ บอลเมอร์ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือซีอีโอ ของค่ายไมโครซอฟท์ที่เหลือเวลาอยู่ในตำแหน่งไม่เกิน 12 เดือนนับจากนี้ บอกว่าหลังการเข้าครอบครองธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่โนเกียแล้ว จะกำหนดจุดยืนให้ “ลูเมีย” เป็นตราผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับสมาร์ทโฟน

    ซึ่งเน้นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง ขณะที่ “โนเกีย” จะใช้สำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ราคาประหยัด ที่จับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีกำลังซื้อต่ำ
    อย่างไรก็ตาม เขาไม่ลืมที่จะยืนยันจะให้การดูแลและสนับสนุนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ แก่แนวร่วมสำคัญอย่างค่ายซัมซุง และค่ายเอชทีซี แม้ในทางธุรกิจจะต้องแข่งขันกันก็ตามที
    สำหรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นนอกเหนือจากนี้ และเป็นความเปลี่ยนแปลงที่วงการธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศระดับโลกเฝ้าจับตาดู คือใครจะเป็นผู้ถูกเลือกให้สืบทอดตำแหน่งซีอีโอต่อจากสตีฟ บอลเมอร์
    ตอนนี้ชื่อที่เด่นและมีโอกาสดีที่สุดคือ “สตีเฟ่น อีลอป” ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของการซื้อขายกิจการระหว่างไมโครซอฟท์และโนเกีย

     

     

    ที่มา:  money.sanook

    วิธีรับมือพนักงานใหม่วัย Gen-Y

    “One man can be a crucial ingredient on a team, but one man cannot make a team.” ~Kareem Abdul-Jabbar
    ถ้าเราอาจไม่มีทางเลือกที่จะต้องรับคนรุ่นใหม่นี้เข้ามาร่วมงานด้วย แนวทางในการตั้งรับพวกเขาในมุมเหล่านี้อาจช่วยคุณได้

    Gen-Y (เจ็นวาย) หรือ Y-Generation ที่หมายถึงคนรุ่นใหม่ที่อายุยังไม่เกิน 25 ปีในสมัยนี้ มักถูกพูดถึงจากผู้ที่เคยทำงานด้วยว่าเป็นกลุ่มที่ทำงานด้วยได้ยากเหลือเกิน เนื่องจากลักษณะนิสัยเฉพาะกลุ่มที่พร้อมแสดงความคิดเห็นเสมอ และมีความมั่นใจในตัวเองสูงโดยที่ไม่สนใจกับคำวิจารณ์รอบๆ ตัวแม้ว่าเรื่องนั้นอาจกลายเป็นปัญหาขึ้นมาได้ก็ตาม แถมยังถูกจัดว่าเป็นกลุ่มคนที่มีความภักดีต่อองค์กรค่อนข้างน้อย เปลี่ยนงานบ่อยที่สุดอีกด้วย

    แต่ด้วยพลังทางความคิดอันเต็มเปี่ยม มุมความคิดสร้างสรรค์ พร้อมด้วยไฟในการทำงานที่ลุกโชนได้ง่ายๆ ก็ทำให้ยากจะมองข้ามคนในยุค Gen-Y ไปได้เฉยๆ เหมือนกันและเพราะสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป ถ้าเราอาจไม่มีทางเลือกที่จะต้องรับคนรุ่นใหม่นี้เข้ามาร่วมงานด้วย แนวทางในการตั้งรับพวกเขาในมุมเหล่านี้อาจช่วยคุณได้

    gen y can be so confused, sometimes

    มอบเป้าหมายให้ชัดเจน

    เด็กรุ่นใหม่กลุ่มนี้ล้วนออกจากมหาวิทยาลัยมาพร้อมความมั่นใจที่เต็มเปี่ยมว่าพร้อมเสมอสำหรับงานใหม่ๆ ทุกอย่างที่ท้าทายตลอดเวลา แต่แม้ว่าจะมั่นใจสักแค่ไหน ถ้าเด็ก Gen-Y ทำอะไรไม่สำเร็จนั้นก็มักจะรู้สึกผิดหวังมากๆ อยู่บ่อยครั้ง นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมการตั้งความคาดหวังที่ไม่ชัดเจนหรือตั้งเป้าหมายที่ไม่มีทิศทางที่แน่ชัดให้ก็ยิ่งเป็นการทำร้ายพวกเขาทางอ้อมไปในตัว เพราะพวกเขามีความสุขกับการทำให้สิ่งต่างๆ บรรลุเป้าหมายได้อยู่เสมอเพื่อให้เป็นบันได้ก้าวไปสู่ความสำเร็จในอนาคตข้างหน้า แต่พวกเขาจะรู้สึกเหมือนเป็นแค่หนูถีบจักรที่วิ่งวนอยู่กับที่ในวงล้อถ้าหากทำอะไรก็ดูเหมือนไม่สำเร็จสักอย่างเลย

    ไม่สำคัญว่าเป้าหมายจะเล็กหรือใหญ่ หากขั้นตอนนั้นได้รับการวางแผนไว้ในใจของเราเสร็จสรรพ และรู้ผลเป้าหมายปลายทางที่อยากได้แล้วละก็ ลองมอบใส่มือพวกเขาให้ลองจัดการมาให้สำเร็จได้เลย

    วางตัวเป็นผู้ให้

    การวางตัวกับผู้ร่วมงาน Gen-Y จึงเป็นเรื่องสำคัญ

    โดยปกติแล้วเด็ก Gen-Y มักจะมีมุมมองว่างานของพวกเขาเหมือนกับเส้นทางของการศึกษาต่อหลังจบมหาวิทยาลัย ในช่วงแรกๆ พวกเขาจะกระหายใคร่เรียนรู้อะไรก็ตามที่อาจนำไปต่อยอดเป็นงานได้จริงๆ พวกเขาจึงพอใจกับการถูกเทรนงานใหม่ๆ เสมอๆ นั่นหมายความว่าในฐานะหัวหน้าทีม เราอาจต้องขุดความสามารถในการวางตัวเป็นพี่เลี้ยงที่ดีและพร้อมให้คำปรึกษาในหลายๆ เรื่องออกมาเตรียมให้พร้อมรอรับมือกันเลยทีเดียว ไม่เช่นนั้นมุมมองของเด็กๆ จะค่อยๆ เปลี่ยนไป ความไม่เชื่อถือและไม่ไว้ใจว่าเราจะให้ความรู้อะไรกับพวกเขาได้จริงๆ จะค่อยๆ เข้ามาแทนที่ นำไปสู่การไม่เชื่อฟังและไม่สนใจต่อคำสั่งที่ตามๆ มาในอนาคต ดังนั้นการวางตัวกับผู้ร่วมงาน Gen-Y จึงเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการรับฟัง ตั้งคำถามกลับไป การพูดอธิบาย หรือแม้กระทั่งการประเมินผลให้กับพวกเขา ล้วนแล้วแต่มีผลต่อพฤติกรรมและมีส่วนทั้งสร้างแรงผลักดันหรือบั่นทอนกำลังใจพวกเขาแทบทั้งสิ้น

    ให้ความสำคัญกับคำว่าทีม

    เพื่อนร่วมงานหรือคนในทีมคือกุญแจสำคัญที่มีผลในการสร้างแรงผลักดันและในการตัดสินใจอยู่ทำงานต่อของคน Gen-Y เป็นอย่างมาก

    เราอาจต้องยอมรับความจริงว่ามีเปอร์เซ็นต์น้อยมากๆ ที่เด็ก Gen-Y หวังจะทำงานในบริษัทเดียวตลอดไป

    เมื่อดูตามลักษณะนิสัยแล้วจะพบคนกลุ่มนี้มักจะให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนๆ ในทีมมากกว่าในบริษัทเสียอีก นั่นเป็นเพราะความต้องการที่อยากให้สังคมยอมรับและเห็นว่าสังคมเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินชีวิต และพวกเขายังคงอยู่ในวัยที่ศรัทธารูปแบบพลังมวลชนและการก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน เหมือนกับที่ถูกปลุกเร้าให้รู้สึกเวลาพูดถึงสถาบันหรือคณะที่เรียน เป็นต้นการพยายามออกแบบงานในรูปแบบกลุ่มซึ่งทำให้มีเหตุให้ต้องทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่นในทีมอยู่บ่อยๆ จึงล้วนแล้วแต่ทำให้คนเหล่านี้รู้สึกสนุกกับการทำงานได้มากขึ้น เป็นสิ่งที่ควรทำ

    เป็นที่พึ่งให้ได้ แม้แยกย้ายกันไปแล้วก็ตาม

    อาจเป็นเรื่องยากที่จะรักษาเด็ก Gen-Y เอาไว้ เพราะด้วยลักษณะนิสัยที่ทะเยอทะยานต้องการที่จะเติบโตทำให้พวกเขาชอบเปลี่ยนงานอยู่บ่อยๆ การคอยช่วยบอกเส้นทางอาชีพของพวกเขาในองค์กรหรือบอกโอกาสที่จะเติบโต รวมถึงเข้าใจความสนใจของพวกเขาว่าอยากทำงานลักษณะไหนเป็นพิเศษ เป็นอีกวิธีที่จะซื้อใจพวกเขาได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าเราไม่สามารถหยิบยื่นโอกาสเหล่านี้ให้กับพวกเขาได้ ก็อย่าพยายามที่จะฉุดรั้งพวกเขาไม่ให้ไปหางานใหม่ที่ดีกว่า เพราะนั่นสร้างความเห็นด้านลบในใจพวกเขามากกว่าจะให้ผลดี

    เราอาจต้องยอมรับความจริงว่ามีเปอร์เซ็นต์น้อยมากๆ ที่เด็ก Gen-Y หวังที่จะใช้ชีวิตวัยทำงานในบริษัทเดียวตลอดไป การค้นหาหนทางดีกว่าอยู่เรื่อยเป็นเรื่องปกติที่พวกเขามักจะทำกัน ซึ่งหากเราซื้อใจพวกเขาได้จนพวกเขารู้สึกว่าเรานี่ล่ะที่เป็นหุ้นส่วนในสายงานที่แท้จริง สักวันหนึ่งเขาอาจจะกลับมาพร้อมความช่วยเหลือที่จะมอบให้กับเราอีกครั้งก็เป็นได้

    • • •

    แน่นอนว่าเงินเป็นส่วนหนึ่งของแรงจูงใจในการทำงานของ Gen-Y แต่เงินเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะซื้อใจให้คนกลุ่มนี้ทำงานกับเราไปได้ตลอด

    และแม้จะดูว่าเด็กเหล่านี้น่าจะรับมือยาก แต่ถ้าเราเข้าใจและให้สิ่งที่ตรงกับความต้องการได้ หรือเราอาจจะพูดว่าหากซื้อใจกันได้ นั่นจะเป็นกุญแจดอกสำคัญจะทำให้เด็กเหล่านี้ค่อยๆ เปิดใจเตรียมพร้อมรับการเติบโตและเรียนรู้สิ่งที่ยากขึ้นได้ในภายหลัง ดังนั้นการได้รู้จักลักษณะนิสัยเหล่านี้ไว้ก่อนพอเป็นแนวทางจึงน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการรับมือให้ได้ดียิ่งขึ้นแน่นอน

     

    ที่มา:  incquity

    ขั้นตอนรับมือข้อร้องเรียนจากลูกค้าแบบมืออาชีพ

    “True leaders understand that leadership is not about them but about those they serve. It is not about exalting themselves but about lifting others up.” ― Sheri L. Dew, photo belongs to shawncampbell

    ถึงแม้เราจะดำเนินธุรกิจดีไม่มีที่ติ หรือเตรียมตั้งรับปัญหาพร้อมสรรพเพียงใด ก็ยากที่จะทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ และยิ่งยากที่จะทำให้ทุกคนพอใจตลอดเวลา ปัญหาเกิดขึ้นได้เสมอทั้งในระดับภายในองค์กร เช่นพนักงานไม่มีความสุขหรือรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรมเพียงพอจนตัดสินใจร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชา ไปจนถึงปัญหาภายนอกระหว่างองค์กรกับลูกค้าเมื่อลูกค้าไม่ได้รับสินค้าหรือบริการดีเท่าที่คาดหวังไว้

    วิธีปฏิบัติในการรับข้อร้องเรียนที่เป็นระบบ มีความชัดเจน และไม่ละเลยความรู้สึกของผู้ร้องเรียน ก็จะช่วยให้การบริหารจัดการคำร้องเรียนราบรื่นขึ้นได้

    คำร้องเรียน เสียงบ่นหรือคำพูดด้านลบเป็นสิ่งไม่น่าพิศมัยและคงไม่มีใครอยากรับมือด้วยนัก แต่เราอยากให้ลองเปลี่ยนมุมมองเสียใหม่ ที่จริงการที่ลูกน้องหรือลูกค้าตัดสินใจเอ่ยปากติเตียนร้องเรียน ไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป แทนที่จะจัดการกับข้อร้องเรียนของลูกค้าหรือพนักงานด้วยอารมณ์แง่ลบ ให้ลองเปลี่ยนมุมมองการคิดใหม่ว่าทุกคำร้องเรียนเป็นสิ่งสะท้อนความในใจและความคาดหวังจากลูกค้าหรือพนักงาน พวกเขาบ่นเพราะมีความสนใจในธุรกิจของเราอย่างแท้จริง และยังอยากจะสานต่อความสัมพันธ์กับเราอยู่ การที่เขาเอ่ยปากบอกให้เราทราบข้อขัดข้องใจ ก็เพราะอยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแก้ไขไปในทางที่ดีขึ้น เพื่อที่กลับtalking

    มาอีกครั้งเขาจะได้รับสินค้าบริการที่ตรงกับความต้องการมากกว่าเดิม หรือจะได้ทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข ซึ่งแน่นอนว่าเราสามารถนำสิ่งเหล่านั้นมาเป็นข้อมูลเพื่อพัฒนาธุรกิจได้อีกทางหนึ่งด้วย

    แต่ถึงอย่างนั้น การรับมือข้อร้องเรียนก็มีความซับซ้อนยุ่งยาก เพราะเป็นการจัดการปัญหาเฉพาะหน้ากับผู้คนที่กำลังตกอยู่ในอารมณ์ด้านลบ (ตั้งแต่หงุดหงิดไปจนถึงโมโห) หากคนรับข้อร้องเรียนไม่ละเอียดอ่อนเพียงพออาจทำให้สถานการณ์บานปลายและทำให้ความสัมพันธ์ขาดสะบั้นได้ง่ายๆ ดีไม่ดีสภาพจิตใจของคนรับข้อร้องเรียนก็อาจจะติดลบตามสถานการณ์ไปด้วย ดังนั้น วิธีปฏิบัติในการรับข้อร้องเรียนที่เป็นระบบ มีความชัดเจน และไม่ละเลยความรู้สึกของผู้ร้องเรียน ก็จะช่วยให้การบริหารจัดการคำร้องเรียนราบรื่นขึ้นได้

    1. ขั้นแรกสุด เปิดใจรับฟัง

    หยุดทุกสิ่งที่กำลังทำอยู่ตรงหน้าเพื่อฟังข้อร้องเรียนด้วยความตั้งใจเต็มที่

    หยุดทุกสิ่งที่กำลังทำอยู่ตรงหน้า และตั้งใจรับฟังคำว่ากล่าวหรือข้อร้องเรียนด้วยความตั้งใจเต็มที่ เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้พูดในสิ่งที่อยู่ในใจออกมาอย่างเต็มที่โดยไม่มีการขัดจังหวะและไม่ตัดสิน ไม่ต้องซักถามความถูกต้องของปัญหา ก่อนที่จะไปถึงขั้นต่อไปก่อนอื่นเราต้องเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดอย่างถ่องแท้ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างและทำไมผู้ร้องเรียนถึงไม่พอใจสิ่งเหล่านั้น

    2. พูดทวนปัญหาอีกครั้งเพื่อให้เข้าใจตรงกัน

    ทวนปัญหาอีกครั้ง

    หลังจากฟังข้อร้องเรียนจนจบแล้ว ให้เราพูดทวนปัญหานั้นซ้ำอีกครั้งในรูปแบบของเราเอง เพื่อที่จะได้ทำความเข้าใจปัญหาจากมุมมองของผู้ร้องเรียนว่าเขากำลังหงุดหงิดหรือไม่พอใจเรื่องอะไรอยู่ โดยอาจจะเริ่มต้นว่า “ทางเราเข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคือ…….” ในระหว่างที่เรากำลังพูดทวนหรือสรุปปัญหา อีกฝ่ายอาจจะขัดจังหวะการพูดของเราเพื่อแก้ไขสิ่งที่เราพูดให้ตรงกับสิ่งที่เขาคิดหรือรู้สึกจริงๆ ให้เราหยุดรับฟังและเริ่มปรับคำพูดใหม่จนกว่าจะได้ข้อสรุปที่ทั้งสองฝ่ายเห็นและเข้าใจตรงกัน ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะการเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริงจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด

    3. เอาใจเขามาใส่ใจเราและเข้าใจปัญหาอีกฝ่ายด้วยความเห็นอกเห็นใจอย่างแท้จริง

    ใช้คำพูดที่แสดงความเห็นอกเห็นใจ เช่น “เราเข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้คุณเดือดร้อน และเราก็คิดว่าปัญหานี้ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนเช่นเดียวกัน”

    สิ่งที่สำคัญที่สุดในการรับฟังปัญหาและข้อคับข้องใจของพนักงานหรือลูกค้าที่มาร้องทุกข์ โดยไม่ทำให้สถานการณ์เฉพาะหน้าแย่ลงคือการจัดการกับอารมณ์understanding

    ด้านลบของผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนหรือรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องรับฟังและเข้าใจปัญหาอีกฝ่ายด้วยความเห็นอกเห็นใจอย่างแท้จริง โดยอาจจะใช้คำพูดแสดงความเข้าใจและเห็นใจ เช่น “เราเข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้คุณเดือดร้อน และเราก็คิดว่าปัญหานี้ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนเช่นเดียวกัน”

    ซึ่งการแสดงความเห็นอกเห็นใจอย่างจริงใจของเราจะช่วยทำให้ความโกรธ หรือความรู้สึกต่อต้านที่อีกฝ่ายกำลังรู้สึกอยู่ลดลง และวิธีนี้ได้ผลจริงมาหลายครั้งในการทำให้คนที่กำลังอารมณ์พลุ่งพล่านสงบลงอย่างรวดเร็ว ทุกคำร้องเรียนสามารถประนีประนอมได้เสมอ

    4. ติดตามปัญหาทันท่วงที และรายงานความคืบหน้าเป็นระยะ

    สิ่งสำคัญที่ผู้ร้องเรียนอยากรู้ คือปัญหาทั้งหมดจะแก้ไขครบเสร็จสิ้นเมื่อไหร่

    เมื่อรับเรื่องปัญหามาจากลูกค้าหรือพนักงานแล้ว เราควรจะวางแผนและส่งต่อรายงานปัญหาไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีอำนาจในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จำทำได้ และอย่าลืมคอยติดตามความคืบหน้าของการแก้ปัญหาเป็นระยะเพื่อให้มั่นใจว่ารายงานปัญหาจะไม่ตกหล่นระหว่างทาง

    นอกจากนี้การรายงานความคืบหน้าให้ลูกค้าหรือพนักงานที่ส่งข้อร้องเรียนเข้ามาทราบเป็นระยะก็เป็นเรื่องสำคัญมาก ลองนึกดูว่าถ้าในทางกลับกันเราเป็นคนที่ส่งข้อร้องเรียนไปที่หน่วยงานหนึ่ง แต่เมื่อเจ้าหน้าที่รับเรื่องแล้วก็หายไปเลยโดยไม่รู้แน่ชัดว่าจะมีขั้นตอนอะไรต่อบ้าง หรือการแก้ปัญหาจะเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ เราก็คงจะอึดอัดใจและไม่พอใจยิ่งขึ้น

    การรายงานความคืบหน้าทำได้ตั้งแต่แจ้งว่ารับเรื่องไว้เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปในการแก้ปัญหาคืออะไร ใช้เวลาประมาณเท่าไหร่ และปัญหาทั้งหมดน่าจะแก้ครบเสร็จสิ้นช่วงเวลาประมาณเมื่อไหร่ เป็นต้น

    • • •

    เมื่อคุณต้องพบเจอกับการตำหนิ การร้องเรียน คำวิจารณ์ใด จงเปิดใจให้กว้าง เอาใจใส่และตั้งใจช่วยเหลือลูกค้าของเราด้วยความจริงใจ คิดหนทางในการแก้ไขปัญหาไปทีละขั้นอย่างระมัดระวัง เราจะพบว่าการ รับมือกับเสียงตำหนิของลูกค้าไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

     

    ที่มา:  incquity

    PEST Analysis เครื่องมือวิเคราะห์ปัจจัยภายนอกในการธุรกิจ

    Photo belongs to UNISDR Photo Gallery

    ผู้ประกอบการมือใหม่ส่วนมากมักพยายามวิเคราะห์ธุรกิจของตัวเองรอบด้าน ทั้งเรื่องของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ทำเลในการค้าขาย รวมไปถึงวิธีการทำการตลาดในแบบต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม จนอาจจะลืมคิดไปถึงปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อการทำธุรกิจ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วปัจจัยภายนอกต่างๆ ที่เราไม่สามารถควบคุมได้กลับมีผลต่อธุรกิจของเรามากกว่าที่เราคิด ทำให้เครื่องมืออย่าง PEST Analysis จึงกลายเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์และวางแผนกลยุทธ์การทำการตลาดให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น

    รู้จักกับ PEST Analysis

    PEST Analysis นั้นคือเครื่องมือที่ใช้สำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มของตลาด และวิเคราะห์ภาพรวมของธุรกิจในอนาคต โดยอาศัยการข้อมูลของการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยภายนอกต่างๆ ที่เราไม่สามารถควบคุมได้

    PEST Analysis นั้นคือเครื่องมือที่ใช้สำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มของตลาด และวิเคราะห์ภาพรวมของธุรกิจในอนาคต โดยอาศัยการข้อมูลของการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยภายนอกต่างๆ ที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ก็ประกอบไปด้วย P – Politic : ปัจจัยทางนโยบายและการเมือง E – Economic : ปัจจัยทางเศรษฐกิจ S – Social : ปัจจัยทางสภาพสังคม และสุดท้าย T – Technology : ปัจจัยทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ

    ดังนั้นธุรกิจที่รู้แนวโน้มของตลาดจากปัจจัยภายนอกก่อนย่อมได้เปรียบในการทำธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะข้อมูลเหล่าจะช่วยให้ผู้ประกอบการได้เตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของปัจจัยต่างๆ รอบตัวที่เรากำหนดไม่ได้ แต่สามารถปรับตัวตามได้ ซึ่ง PEST Analysis ถือเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพอย่างมากในการแก้ปัญหาในส่วนนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการไปลงทุนกับธุรกิจในประเทศที่เรายังไม่รู้จักทั้งในด้านวัฒนธรรมและการลงทุน เครื่องมือชิ้นนี้ก็จะช่วยให้เราตัดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เพื่อให้สามารถลงทุนเดินหน้าทำการตลาดหรือพัฒนาธุรกิจให้ไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

    ส่วนประกอบของ PEST

    P – Politic: ปัจจัยทางนโยบายและการเมือง

    ปัจจัยทางนโยบายและการเมืองคือปัจจัยที่มีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพของรัฐบาลและนโยบายของรัฐในช่วงเวลานั้นๆ ในบางช่วงเวลารัฐอาจมีการส่งเสริมการส่งออก ก็จะส่งผลให้ธุรกิจที่มีการส่งสินค้าไปขายนอกประเทศได้เปรียบ รวมไปถึงข้อตกลงและข้อกฎหมายทางการค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาโดยขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐ ที่ทำให้เราต้องคอยปรับตัวหรือช่วยผู้ประกอบการตัดสินใจว่าเราพร้อมที่จะลงทุนในประเทศที่มีนโยบายแบบนี้หรือไม่ โดยปัจจัยทางการเมืองที่ควรนำมาวิเคราะห์โดยใช้ PEST ได้แก่

    -          สถานะความมั่นคงและรูปแบบของทางรัฐบาลว่ามีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใด

    -          ปัญหาคอรัปชั่นที่มีในประเทศมีมากจนภาษีของประชาชนไม่ได้ถูกนำไปส่งเสริมในด้านสาธารณูปโภคอื่นๆ หรือเปล่า

    -          อิสระและเสรีภาพในการทำธุรกิจหลากหลายรูปแบบของแต่ละท้องถิ่น

    -          กฎระเบียบปฏิบัติและข้อห้ามในการทำธุรกิจ

    -          การควบคุมการนำเข้าและการส่งออก

    -          มีการเรียกเก็บอัตราค่าธรรมเนียมและการจัดเก็บภาษีอย่างไร

    -          กฎหมายในด้านต่างๆ เช่น ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการละเมิดลิขสิทธิ์ การขโมยข้อมูล สวัสดิการพนักงาน เป็นต้น

    -          การจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญามีการให้ความคุ้มครองอย่างไร และครอบคลุมแค่ไหน

    E – Economic : ปัจจัยทางเศรษฐกิจ

    ปัจจัยต่อมาคือปัจจัยทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งมีผลกับทุกๆ ธุรกิจในทางตรงเป็นอย่างมาก เพราะเศรษฐกิจของประเทศเป็นตัวกำหนดกำลังซื้อของคนในประเทศ และเป็นตัวกำหนดตลาดขนาดใหญ่ในประเทศอีกด้วย ซึ่งปัจจัยในหัวข้อนี้ก็สามารถช่วยเราวางแผนธุรกิจว่าจะเลือกดำเนินการเป็นระยะสั้นหรือระยะยาวจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันและแนวโน้มของเศรษฐกิจในอนาคตได้อีกด้วย โดยเราสามารถวิเคราะห์ปัจจัยทางเศรษฐกิจได้จากหัวข้อเหล่านี้

    -          ภาวะเงินฝืด ภาวะเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ย

    -          อัตราแลกเปลี่ยนในประเทศ

    -          อัตราการว่างงานของคนในประเทศ

    -          อัตราค่าแรงขั้นต่ำและค่าแรงของพนักงานโดยเฉลี่ย

    -          ระดับชนชั้น และกำลังซื้อของผู้คนในประเทศ

    -          เพดานราคาของสินค้าและบริการที่เราสนใจ

    -          ตลาดหุ้นของประเทศ

    -          วงจรของธุรกิจที่เราสนใจ

    S – Social : ปัจจัยทางสังคม

    ปัจจัยทางสังคมนั้นหมายถึงปัจจัยทุกๆ อย่างที่เกี่ยวข้องกับ สภาพแวดล้อม สภาพสังคม  วัฒนธรรม และชีวิตการเป็นอยู่ของคนพื้นที่นั้นๆ ว่าเป็นอย่างไรก่อนที่จะเริ่มทำการตลาดให้ได้ถูกทาง เพราะวิถีชีวิตของคนในแต่ละชุมชนนั้นก็จะมีความแตกต่างกันออกไป การที่จะเข้าไปทำตลาดในพื้นที่ต่างๆ เราต้องเข้าไปศึกษาในส่วนนี้ก่อนเพื่อให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจจะสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและเป็นที่สนใจของคนในชุมชนในด้านที่ดีโดยที่ไม่ส่งผลกระทบด้านลบใดๆ ต่อคนในชุมชนนั้นๆ ด้วย

    -          มีการเพิ่มหรือลดของประชากรในสังคมมากน้อยเพียงใด

    -          ทัศนคติต่อการรักษาสิ่งแวดล้อมของคนในชุมชน

    -          การจับจ่ายใช้สอยของคนในชุมชนเน้นสินค้านำเข้าหรือสินค้าพื้นที่มากกว่ากัน

    -          ข่าวสารและการบอกต่อมีผลมากน้อยแค่ไหน

    -          พฤติกรรมอื่นๆ เช่น การดูแลสุขภาพ ความสะดวกจากการเดินทางในชุมชน  เป็นต้น

    -          วิถีชีวิตของคนในสังคม

    -          พฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้า

    -          อัตราการอพยพเข้าหรือออกของคนในชุมชน

    -          คุณภาพชีวิตการเป็นอยู่

    -          อายุและเพศ

    -          การแบ่งชนชั้นวรรณะ

    -          สิทธิเสรีภาพของผู้คน

    T – Technology: ปัจจัยทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ

    แต่ละพื้นที่ในการทำธุรกิจก็มีการพัฒนาของนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่แตกต่างกันออกไป บางชุมชนอาจอาศัยอยู่ได้โดยไม่ต้องอาศัยเทคโนโลยี แต่กับบางชุมชนกลับต้องพึ่งพาเทคโนโลยีในการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมาก รวมไปถึงแนวโน้มในอนาคตว่าถ้าในอนาคตมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาและธุรกิจเราจะเป็นอย่างไร อย่างเช่น ธุรกิจร้านเช่าวีดีโอรายใหญ่อย่าง Blockbuster ก็ต้องประสบปัญหาอย่างจังเมื่อต้องเผชิญกับเทคโนโลยีอย่างภาพยนตร์ระบบไฟล์ดิจิตอลที่สามารถดาวน์โหลดจากอินเตอร์เน็ตได้สะดวกสบายมาก เป็นต้น ดังนั้นหัวข้อปัจจัยทางเทคโนโลยีที่ควรคำนึงถึงในด้านล่างนี้จึงมีความสำคัญมากในการทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน

    -          เทคโลยีขั้นพื้นฐานของพื้นที่นั้น

    -          อัตราการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

    -          ปริมาณนักสร้าง และนักพัฒนา

    -          ระดับของเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมในชุมชน

    -          เทคโนโลยีการสื่อสาร

    -          การเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ

    PEST ในรูปแบบอื่นๆ

    สำหรับบางธุรกิจนั้นเครื่องมืออย่าง PEST อาจไม่มีความละเอียดพอที่จะตอบสนองความมั่นใจในการทำแผนการตลาดในการทำธุรกิจต่อไป หรือคิดว่า การวิเคราะห์จากข้อมูลเพียง 4 หัวข้อนั้นไม่เพียงพอแล้วก็สามารถนำ PEST ไปใช้ต่อยอดด้วยการเพิ่มมุมที่ต้องวิเคราะห์เข้าไปอีกก็จะกลายเป็น PESTEL

    โดย E ที่เพิ่มขึ้นมานั้นคือ Environment หรือปัจจัยทางสภาพแวดล้อมว่ามีผลอย่างไรในการทำธุรกิจได้บ้างจากหัวข้อดังนี้

    -          สภาพอากาศ

    -          กฏหมาย และข้อกำหนดเรื่องการควบคุมมลพิษ

    -          ปัญหามลพิษทางน้ำ และอากาศ

    -          ระบบรีไซเคิล

    -          ระบบกำจัดขยะ

    -          ทัศนคติการรักสิ่งแวดล้อมของคนในชุมชน

    และ L ก็มาจากข้อกฎหมายต่างๆ ของพื้นที่นั้นๆ ที่เราต้องศึกษาเป็นอย่างดี ซึ่งที่ผ่านมาก็มีหลากหลายทฤษฎีมากมายให้ได้นำไปเลือกใช้กัน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกิจของเราว่ามีความจำเป็นแค่ไหนที่ต้องวิเคราะห์ในด้านต่างๆ ที่เกี่ยงข้องกับธุรกิจของเราบ้างซึ่งที่รวบรวมมาก็จะมีดังนี้

    PEST = Politic + Economic + Social + Technology

    PESTEL = PEST + Environment + Legal

    PESTTELI = PESTEL + Industry Analysis (การวิเคราะห์อุตสาหกรรม)

    STEEP = PEST + Ethical (ปัจจัยทางศีลธรรม)

    LONGPEST = Local + National + Global factors + PEST (สำหรับกรณีธุรกิจใหญ่ระดับประเทศ)

    • • •

    สุดท้ายจะเห็นได้ว่าเครื่องมือชิ้นนี้นั้นสามารถให้ภาพรวมเรื่องปัจจัยเสี่ยงหรือโอกาสต่างๆ ที่จะช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์ด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และปัจจัยอื่นๆ รอบตัวได้มากขึ้น ซึ่งขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญคือการรวบรวมข้อมูล และต้องมั่นใจว่าข้อมูลเหล่านั้นต้องมีความน่าเชื่อถือเป็นอย่างดี ไม่ใช่ว่าพยายามใส่เพื่อให้ทุกช่องดูเยอะๆ เท่านั้น เพื่อให้ขั้นตอนการนำมาวิเคราะห์ในขั้นต่อๆ ไปจะได้มีประสิทธิภาพและแม่นยำมากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้การนำ PEST มาใช้เพียงอย่างเดียวนั้นอาจไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควร ทั้งนี้เราควรใช้ PEST ประกอบกับเครื่องมือตัวอื่นเพื่อให้เห็นมุมมองที่เพิ่มขึ้นด้วยอย่างเช่น SWOT, 5 Forces, MCC และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งทาง Incquity จะมีมาแนะนำกันให้อ่านเรื่อยๆ ครับ

     

    ที่มา:  incquity

    วิธีแก้ไขข่าวติดลบที่ทุกบริษัทจำเป็นต้องมี

    ข่าวติดลบเป็นเสมือนเครื่องท้าทายความสามารถของผู้ประกอบการว่าจะสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้หรือไม่

    กระแสข่าวลือถือเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นเป็นประจำในทุกๆสังคมตราบใดที่มนุษย์ยังมีการติดต่อสื่อสารระหว่างกันอยู่ ซึ่งหากเรื่้องนี้เกิดขึ้นกับบุคคลทั่วไปผลที่ได้รับก็คงจะไม่เจ็บปวดมากเท่าไหร่นัก แต่เมื่อใดก็ตามที่มันมาเกิดขึ้นกับบริษัทที่เป็นองค์กรทางธุรกิจแล้วละก็รับรองได้เลยว่าผลเสียหายที่ได้รับกลับมาจะต้องทำให้ผู้ประกอบการเหงื่อตกแน่นอน ซึ่งการจัดการกับกระแสข่าวลือในทางลบไม่ใช่เป็นเรื่องยากอย่างที่คิด เรามาร่วมเรียนรู้วิธีจัดการกับปัญหาต่างๆเหล่านี้กัน โดยวิธีการจัดการกับข่าวลือในทางลบสำหรับบริษัทต่างๆมีวิธีการดังนี้

    สืบสวนหาต้นตอโดยทันที

    หากมีข่าวลือเกิดขึ้นนั่นหมายถึงความเสียหายได้เกิดขึ้นกับตัวธุรกิจแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือผู้ประกอบการจะต้องสืบหาต้นตอข่าวลือดังกล่าวโดยทันทีเสียก่อนว่ามีที่มาเกิดจากอะไรรวมถึงที่มาที่ไปการวิ่งของข่าวด้วย และหากมีความเสียหายเกิดขึ้นจริงจะต้องรีบดำเนินการแก้ไขโดยทันที เพราะหากผู้ประกอบการไม่แก้ไขข่าวลือดังกล่าวจะพัฒนากลายเป็นข่าวจริงในที่สุด ซึ่งจะเป็นเรื่องที่ยากต่อการแก้ไขในตอนสุดท้าย

    จัดงานแถลงข่าว

    หากผู้ประกอบไม่ได้มีพื้นฐานทางสังคมสูงถึงขนาดที่ว่าการนิ่งเงียบคือการแสดงออกในเชิงปฏิเสธแล้วละก็ งานแถลงข่าวถือเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นมากที่สุดและจะต้องรีบดำเนินการอย่างเร่งด่วนด้วย โดยควรจะต้องดำเนินการไปพร้อมๆกับการสืบสวนหาต้นตอเสียด้วยซ้ำ ซึ่งการแถลงข่าวถือเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นมากและสามารถใช้เป็นช่องทางปฏิเสธสิ่งที่เกิดขึ้นได้ (หากไม่ใช่เรื่องจริง) พร้อมกันนี้ยังสามารถใช้เป็นสื่อกลางในการชี้แจงแถลงไขให้ทราบโดยทั่วกันได้อีกด้วย แต่ทั้งนี้การแถลงข่าวควรมุ่งเน้นไปที่การชี้แจงทำความเข้าใจเป็นหลักไม่ใช่พุ่งเป้าไปที่การตอบโต้เพราะนั่นจะทำให้เรื่องไม่ยุติและอาจสร้างผลเสียให้กับธุรกิจได้

    ทำความเข้าใจกับพนักงาน

    กระแสข่าวลือในด้านลบจะไม่มีวันจบเลยตราบใดที่ต้นตอยังคงปล่อยข่าวออกมา ตอนนี้ผู้ที่จะช่วยผู้ประกอบการกู้สถานการณ์ได้นั้นก็คือคนภายในบริษัทเอง ดังนั้นทางแก้ไขที่ดีที่สุดคือผู้ประกอบการจะต้องเรียกพนักงานทุกคนที่เกี่ยวข้องมาอธิบายทำความเข้าใจให้กระจ่างชัดเจนในทุกประเด็น จากนั้นจึงให้พวกเขาทำหน้าที่เปรียบเสมือนม้าเร็วกระจายข่าวให้สาธารณชนภายนอกได้รับทราบ จะเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด

    พาสื่อมวลชนบุกพิสูจน์

    หากข่าวลือยังไม่ยุติขอแนะนำให้ผู้ประกอบการพาสื่อมวลชนบุกพิสูจน์ไขข้อข้องใจในประเด็นที่ยังค้างคาโดยทันที อย่างเช่น พาตรวจดูระบบการผลิต สายการจัดส่ง หรือเครื่องจักร ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งสื่อมวลชนจะเป็นสักขีพยานในการแสดงความบริสุทธ์ใจของคุณได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้พวกเขายังอาจจะกลายเป็นกระบอกเสียงในการแก้ไขข่าวที่ออกมาอย่างเสียๆหายๆให้กับองค์กรของผู้ประกอบการอีกด้วย

    เปลี่ยนกระแสลบเป็นการตลาดที่มีประสิทธิภาพ

    หากผู้ประกอบการมีวิสัยทัศน์และกล้าพอขอแนะนำให้ลองฉวยโอกาสในช่วงที่เกิดกระแสข่าวลือเกิดขึ้นและมีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก แปรเปลี่ยนมาเป็นการทำตลาดตอบโต้กลับไปยังผู้บริโภค เช่น ลดราคา ส่งเสริมการขายด้วยโปรโมชั่น แจกส่วนลดหรือให้ของสมนาคุณ เป็นต้น จึงจะเป็นการใช้กระแสข่าวลือในทางลบให้กลับด้านแปลเปลี่ยนมาเป็นทางบวกที่ดีที่สุด

    Rebranding ธุรกิจใหม่

    หากความเสียหายที่เกิดขึ้นจากข่าวลือในด้านลบสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างเกินกว่าที่แผนการแก้ไขที่บอกมาทั้งหมดจะสามารถเยียวยาได้จริง ทางออกสุดท้ายที่ถือว่าดีและเจ็บตัวน้อยที่สุด คือ ขอแนะนำให้ผู้ประกอบการทำการ Rebranding ธุรกิจของตนเองใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นที่ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ โลโก้ โปรดักซ์ และที่สำคัญคือภาพลักษณ์ เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นเพราะผู้ประกอบการจะต้องเข้าใจว่าหากข่าวลือที่เกิดขึ้นมันได้สร้างความเสียหายจนเกินที่จะเยียวยาไปแล้วหลายขุม การแก้ไขเมื่อความเสียหายเดินทางมาถึงในระดับจุดนี้แทบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย ดังนั้นการ Rebranding จึงเป็นสิ่งที่สมควรจะต้องทำมากที่สุดเพื่อจะได้เป็นการป้องกันการเจ็บตัวไม่ให้มากไปกว่านี้

    จริงอยู่ว่าข่าวลือในด้านลบคือสิ่งที่ป้องกันได้ยาก แต่การแก้ไขด้วยวิธีการทำความจริงให้ออกมาประจักษ์สู่สาธารณชนเป็นยาสามัญขนานเอกที่สามารถใช้สยบข่าวลือได้ เพราะสุดท้ายแล้วหากผู้ประกอบการไม่ได้ทำอะไรผิดยังไงเสียความจริงก้ต้องเป็นความจริงอยู่วันยันค่ำ ขอเพียงให้เวลาได้ทำหน้าที่ของมันในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงก็พอ

     

    ที่มา:  incquity

    Categories